Harao Kiminari 023 : 22-08-2010

posted on 22 Aug 2010 07:08 by es21dairy

 

 

 

 

 

ฮาราโอะ  คิมินาริ

22 Aug 2010

 

 

 

                           ที่จริงฉันก็โตเกินกว่าจะมายืนอยู่หน้าเค้ก แล้วเป่าเทียนแล้วล่ะนะ

 

 

 

                          เรื่องมีคนมายืนอยู่รอบล้อมแล้วร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้นั่นก็ใช่

 

 

 

                           เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็วจนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว   ดูสิ   ฉันยังจำเรื่องวันเกิดของฉันเองเมื่อปีที่แล้วได้เลย   วันเกิดของบัมบ้าด้วย    ไม่ทันไรก็กลายเป็นว่าวันนี้ฉันจะมีอายุเพิ่มขึ้นอีก 1 ปีแล้ว    มันไวมากเลยทีเดียวล่ะ

 

 

                            "เป่าเทียนเลยครับรุ่นพี่"      

 

 

                           ใครสักคนในกลุ่มบอกกับฉันทั้งที่ฉันยืนยันหนักแน่นแล้วว่าจะไม่เป่าเด็ดขาด      แถมสูงตั้งแปดชั้นแบบนี้ฉันจะเป่าคนเดียวยังไงไหว   สุดท้ายก็เลยใช้วิธีพัดๆให้มันสักแต่ว่าดับไปท่ามกลางเสียงปรบมือของคนอื่นๆในชมรม      ทุกคนอวยพรวันเกิดของฉันพร้อมกันเสียงดังลั่น      การได้เป็นพระเอกของงานนี่มันให้ความรู้สึกที่เยี่ยมจริงๆเลยนะ

 

 

 

 

                              ไวน์ที่ไปหากันมาจากไหนก็ไม่รู้ถูกรินส่งต่อๆกันไปภายในห้องชมรม    คามางุรุม่ามันกินของมันคนเดียวหมดไปแล้วครึ่งขวด     แถมยังจ้วงกินขาไก่ทอดอันใหญ่ที่สั่งมาจากภัตตาคารหรูไปพร้อมกันด้วยอีก       

 

                              คาซามัตสึโกยทุกอย่างที่เล็กพอจะเข้าปากหมอนั่นได้ลงท้อง (ซึ่งก็คือเกือบทุกอย่าง)    

 

                              สึฟุงิกินเค้กวันเกิดของฉันอย่างเอร็ดอร่อย    

 

                             อานูบิสึเมาหลับไปแล้ว   

 

                              อิมุโฮเทะห็หัวเราะไม่หยุด     คาดว่าคงจะเมาไม่แพ้กันนั่นแหล่ะนะ

 

 

 

                             ฉันนั่งเท้าคาง  มองเจ้าพวกนั้นอยู่ที่มุมห้อง   

 

 

                              แล้วบัมบ้าก็เดินเข้ามาหา

 

 

 

                              "มาทำอะไรอยู่ตรงนี้"  หมอนั่นถาม   ฉันก็ส่ายหัวกลับไป

 

 

                              "....รำคาญพวกรุ่นน้องเหรอ" 

 

 

                              "เปล่า..."  คำตอบรับของฉันคงจะผิดปกติเกินไป   บัมบ้าถึงได้หันมามองอีก  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

 

 

 

 

                              ทั้งๆที่เพลงเปิดทางลำโพงดังลั่น  แต่เหมือนมันจะเงียบขึ้นมาเสียเฉยๆในชั่ววินาทีหนึ่ง

 

 

 

 

                                 ฉันลุกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย    เดินหลบออกมาจากห้องที่รื่นเริงและเต็มไปด้วยเสียงเพลงโดยไม่ได้บอกเหตุผลแก่บัมบ้าว่าจะออกไปไหน    - -   แต่ก็อย่างที่ฉันคิด     หมอนั่นตามฉันออกมา      ฉันไม่ได้หันไปไล่บัมบ้าให้กลับเข้าห้องไป     อยากตามก็ตามมาเสียให้พอใจเถอะ    ฉันจะไปไหนไกลเกินกว่าสนามซ้อมแข่งได้

 

 

 

                                  เวลาผ่านไปเร็ว

 

 

 

                                  "ฉันยังจำวันที่เข้าชมรมตอนปีหนึ่งได้เลยนะ"   ฉันพูดขึ้นมาโดยไม่ได้หันไปมอง    พื้นทรายผสมดินที่ปูสนามแห่งนี้แทนที่จะเป็นหญ้าคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของไทโย     ตอนนี้สนามแข่งไม่มีคนอยู่เลย    มีแค่ลูกอเมริกันฟุตบอลสองสามลูกที่ลืมเก็บไปกลิ้งเกลือกอยู่ด้านข้างสนามเท่านั้น

 

 

 

                                   "ฉันก็จำได้"   บัมบ้าตอบ   มองสนามจากมุมใกล้เคียงกับฉัน

 

 

 

                                   "ฉันเล่นดีขึ้นจากเมื่อก่อนไหม"

 

 

                                    "ดีขึ้น"

 

 

                                    "เรื่องวิ่งล่ะ"

 

 

                                    "เร็วกว่าเมื่อก่อนอยู่นิดหน่อย"

 

 

                        "บางทีนายก็ควรจะเอาใจคนอื่นด้วยการตัดคำว่านิดหน่อยออกไปบ้าง"

 

 

                     บัมบ้าชะงักไป  ท่าทางกระอักกระอ่วนใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะแก้ตัว     "ถ้าติชมโดยมัวแต่เอาใจอีกฝ่ายมันก็จะไม่เกิดการพัฒนานะ"

 

 

                                      ฉันหัวเราะหึในลำคอ

 

 

 

                                      "ทั้งชมรมคงมีแค่นายที่กล้าติฉันต่อหน้าล่ะนะ"

 

 

 

                                     สนามซ้อมแห่งนี้ฉันเคยใช้มันแอบฝึกขว้างลูกหลังจากที่คนอื่นกลับบ้านไปกันหมดแล้ว  - -   หลังจากที่แพ้เดมอนเป็นต้นมา  - -    ขว้างจนมือพอง   

 

 

           น่าเสียดายที่ตอนนั้นก็ยังไปแพ้ฮาคุชูเข้าให้อีก    ถึงจะเป็นศึกไลน์ก็ตามทีเถอะ

 

 

 

                       ฉันเขี่ยลูกอเมริกันฟุตบอลลูกหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาแล้วหยุดคิด     

 

 

                        ฉันจับมันเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วกันนะ     แล้วขว้างสำเร็จกี่ครั้ง   พลาดกี่ครั้ง   - -   ฮิรุม่าทีมเดมอนก็คงจะนับเอาไว้บ้างเหมือนกันตามนิสัยของมันที่ช่างคำนวนไปเสียทุกอย่าง    แล้วคิด  ทีมเซย์บุ    จะนับไหมนะ   ไหนจะทาคามิ  โอโจอีก

 

 

 

                                       ควอเตอร์แบ็คแต่ละคน  ตอนนี้ก้าวไปถึงไหนกันแล้วนะ

 

 

 

                                        "ตอนแข่งกับเดมอนที่นี่   สนุกดี"  ฉันขว้างลูกให้บัมบ้า   มันเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อยจากที่คาดการณ์ไว้   แต่บัมบ้าก็รับถึง    "กับฮาคุชู     นั่นก็แย่ไม่เบาทีเดียว"

 

 

                            ไลน์ทุกคนถูกหามส่งโรงพยาบาล   ฉันน้ำตาแตกอยู่ที่สนามนั่นตอนประกาศยอมแพ้     ปิดฉากคริสมาสโบวล์ของไทโย  สฟิงค์อย่างจำใจที่สุด   - -  แย่มาก   แย่สุดๆ

 

 

                               "ไลน์ของคันโตแข็งแกร่งมาก"  บัมบ้าพูดเสียงเรียบ

 

 

                               "นั่นสิ"  ฉันตอบ  แล้วก็ถาม 

 

 

                                 "ยังจำตอนที่แข่งกับพวกนั้นแต่ละคนได้ไหม"

 

 

                                 "ได้    ฉันฝึกแทบล้มประดาตายที่นี่เพื่อไปแข่งกับเจ้าพวกนั้น"

 

 

                                   "เกลือกกลิ้งไปทั่วสนามจนดูไม่จืดเลยสินะ"

 

 

                                   "ก็สนามนี้แหล่ะ"

 

 

                                   "เมื่อก่อนฉันไม่ค่อยลงสนาม    ชอบอยู่ใต้ร่มไม้มากกว่าด้วย"  ฉันรับลูกที่บัมบ้าขว้างกลับมา    ดีใจที่มันแย่กว่าที่ฉันขว้างเองมากที่เดียว    "ต้นนั้นน่ะ"   

 

 

                                              ฉันชี้ให้เขาดู

 

 

 

                                "แต่รากมันเลื้อยไปขึ้นตึกตรงนู้น   อีกหน่อยก็คงต้องตัดทิ้ง   แต่ฉันคงไม่ได้อยู่ดูวาระสุดท้ายของมันหรอก"

 

 

 

 

                                               เวลาผ่านไปเร็ว 

 

 

 

 

                                       ฉันหยุดขว้างลูก   นั่งขัดสมาธิลงกับพื้นทรายข้างสนาม    มองพื้น  มองเส้นสีขาวที่ตีไว้ทุกๆสิบหลา      มองลูกอเมริกันฟุตบอลที่อยู่ในมือ พร้อมๆกับเหยียดหลังให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

 

 

 

                                     "แป๊บเดียวเอง   ใจหายนะ"

 

 

 

                                      ปีหนึ่งเลื่อนไปเป็นปีสามตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  

 

 

 

                                       บัมบ้าไม่ได้พูดอะไร  - -  หมอนั่นเป็นเพื่อนสนิทของฉัน  ฉันคิดว่าเขาคงเข้าใจคำพูด   และความรู้สึกส่วนหนึ่งของฉันดี    อีกส่วนที่เขาอาจไม่เข้าใจเพราะว่าฉันไม่ได้เก่งแบบบัมบ้า     ไม่ได้มีฝีมือแบบที่ใครๆก็ยอมรับด้วย      ความรู้สึกที่จะต้องพ้นจากสถานะตรงนี้ไปในเวลาอันใกล้นั้นจึงค่อนข้างแตกต่างกันอยู่หน่อยหนึ่ง  

 

 

 

 

                                       ความเงียบเกิดขึ้นนาน  ขณะที่ฉันใช้ความคิดย้อนไปถึงวันเก่าๆที่ได้อยู่กับกีฬาที่ตัวเองรักที่สุด    ตั้งแต่ที่ได้รู้จักมันครั้งแรก   จนกระทั่งเดี๋ยวนี้

 

 

 

                                         "นานแล้วนะ"

 

 

                                         "นานแล้ว"  บัมบ้าตอบฉัน

 

 

                                          "วันเกิดครั้งหน้า   ฉันจะไม่ได้อยู่ในสถานะของควอเตอร์แบ็คทีมไทโยสฟิงค์แล้วสินะ"

 

 

 

                                           "......."

 

 

                                           "....นายก็ด้วย"

 

 

                                            "ใช่  ฉันด้วย"

 

 

                                             "น่ารำคาญจริง"  ฉันว่าฉันกำลังยิ้มอยู่แน่ๆ   "ทำไมต้องเป็นแค่สามปีด้วยก็ไม่รู้   ทั้งๆที่ทุ่มเทกันมาตั้งขนาดนี้แล้วแท้ๆ"

 

 

 

                                                 บัมบ้าไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก   แต่ฉันรู้ดีอยู่แก่ใจ   - -     ในระดับมหาวิทยาลัยจะหาควอเตอร์แบ็คที่เก่งกว่าฉันสักสิบคนร้อยคนก็ยังได้     ไม่ต้องพูดถึงเรื่องมืออาชีพ     แต่บัมบ้าที่เป็นไลน์ชั้นยอดของญี่ปุ่นนั้นอนาคตยังสดใสนัก    จากนี้ไปฉันก็คงจะรับสืบทอดธุรกิจต่อจากพ่อแล้วก็ได้แต่มองหมอนี่คอยปกป้องทีมอื่นๆทางโทรทัศน์อย่างเดียวแล้ว

 

 

 

                 อเมริกันฟุตบอลกับฉันคงจะจบลงแค่นี้  - -   ภายในรั้วโรงเรียนไทโยแห่งนี้

 

 

 

 

 

 

                                        "อีกหน่อยก็คงไม่มี..."

 

 

 

 

                                         แล้วฉันก็หยุดคำพูดในวันเกิดตัวเองไว้เพียงแค่นั้น

 

 

 

 

 

-----------------------------

 

ห้วน... ห้วนชะมัด...  ขอโทษนะ  เขียนห้วนชะมัดเลย  คือกุไม่ค่อยมีเวลาน่ะนะ  แต่คือกุก็ไม่ได้ลืมนะ /กอดโอะ

กุรักมึงนะโอะ    รักมา 3 ปีได้แล้วนะ

 

 

แล้วกุก็เห็นมึงก็อยู่ปี 3  มาจะ 3 ปีแล้วนะ

 




 

 

.................................. *อีโมดราม่า*

 

 

 

KID 014: ฮ่ะๆ................

posted on 16 Dec 2009 16:52 by es21dairy in Seibu-Wild-Gunmans

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
KID 014 
11 NOV 09 
(อัพย้อนวันเกิด) 
 
 
 



"เฮ้ออ...." ฉันถอนหายใจอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อรถบัสแล่นผ่านป้ายๆหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว... แค่ฉันคาดว่าทุกคนคงจะเห็นมันได้อย่างเต็มตา...
 
 
 
 
 


เรื่องมันมีอยู่ว่า...
 


"คิดคุง! วันเกิดนายปีนี้ฉันจะจัดให้แจ่มๆเลยนะ!" โค้ชมองฉันด้วยสีหน้าจริงจังกว่าทุกที... ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดีเท่าไหร่เลยสำหรับฉัน
 

"เอ่อ... โค้ชครับ... จัดธรรมดาๆก็ได้ครับ ไม่ต้องยุ่งยากให้มากเรื่องหรอกครับ..." รู้ว่าพูดไปก็เท่านั้นแหละนะ... 


"!! ธรรมดางั้นเรอะ!? วันเกิดนายทั้งทีนะ!"  ว่าแล้วโค้ชก็ยิงปืนสักสองสามเปรี้ยง... คงต้องซ่อมเพดานห้องแต่งตัวกันอีกแล้วสินะ... ฉันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอ้ำอึ้ง ตอบอืมๆกับโค้ชไป ทุกคนที่อยู่ในห้องก็เริ่มเดากันไม่หยุด ว่าโค้ชจะพาไปไหนอีกล่ะทีนี้ ฉันแอบได้ยินใครคนหนึ่งพูดขึ้นว่า อาจจะพาไปเที่ยวแล้วให้ซ้อมหนักกว่าเดิมก็ได้นะ... พาลนึกถึงการซ้อมของโค้ช... อืม.. แค่หนีวัวกระทิงยังไม่พอหรอครับ.... ไอ่หยา... นึกไปเรื่อยๆเริ่มไม่อยากจะนึกแล้วแฮะ...
 
 
 
 
 

ทำไมรู้สึกใจไม่ดีเลยแฮะ... ฮ่ะๆ (/เหงื่อตก)




 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 



'สถานที่โดดบันจี้จัมพ์'
'เสียวสุด จนคุณลืมหายใจ'




"................" ฉันว่าหลายๆคนที่เห็นป้ายนี้ คงจะลืมหายใจไปชั่วขณะแน่ๆ... ฉันหันไปมองโค้ชด้วยสีหน้าซีดสุดๆ... ไม่ได้กลัวอะไรนะ.. แต่เลือกได้ ฉันเลือกที่จะไม่โดดว่ะ....

"สนุกกันล่ะงานนี้!" โค้ชพูดออกมาอย่างสนุกสนาน ฉันเหมือนจะเห็นโค้ชยิ้มมุมปากด้วย นั่นมันอะไรกัน ... โค้ชสนุกคนเดียวน่ะสิครับ! 

 
 
 
ไอหยา... ทำไมซวยอย่างนี้แฮะ ฉันเริ่มรู้สึกว่าพลาดสุดๆที่ก้าวขึ้นรถบัสมาตอนที่อยู่ๆโค้ชก็โผล่มารับ 
 
 
 
 

เท็ตสึม่า... เหมือนจะรู้สึกอะไรเลย คนอื่นๆ ก็แลจะเฮฮากันซะงั้น... อุชิจิม่าเริ่มจะท้าแข่งอะไรสักอย่างริคุ โค้ชเองก็เฮฮาเปรี้ยงปร้างปลุกกระแสความมันส์ในรถบัสขึ้นมา ซวยแน่ๆ... ต้องมีเรื่องซวยๆแน่ๆ....
 
 
 
 
 
 
 
---------------------------------
 

เมื่อรถบัสจอด ทุกคนทยอยลงกันไป... ไอ่ฉันก็กะนั่งเนียนอยู่ในรถ ถ้าเท็ตสึม่าไม่มาลากฉันลงไปก่อนน่ะนะ... พนักงานที่มาต้อนรับก็หน้าตาพาเสียวสุดๆ จนคุณลืมหายใจ... ถ้าโค้ชสั่งคำเดียว คนๆนี้คงจับฉันมัดแล้วโยนลงมาจากสะพานสูงนั้นได้ไม่ยาก...

 
 
 

ฉันเงยหน้ามองสะพานที่ตั้งอยู่...โคตรสูง.. ในความคิดฉัน
ไม่ดี...ไม่ดีแน่ๆ.... สูงอย่างนี้... 

 
 
 


"เอ่อ ... โค้ชครับ ระ..เรามาที่ทำไมกันหรอครับ? ฮ่ะๆๆ (/เหงื่อตก)" ฉันถามไปอย่างนั้น เผื่อว่าเราอาจจะแค่มาชมนกชมไม้กัน 




โค้ชหันมามอง และยิ้ม



"ของขวัญวันเกิดนายไงล่ะ! คิด!!" โค้ชพูดพร้อมผายมือไปที่สะพานโคตรสูงนั่น บวกกับยิงปืนอีกสองสามนัด ทำเอานักท่องเที่ยวแถวนั้นตกใจวิ่งหนีกันเป็นแถบ



ฉันรู้สึกเหมือนในหัวมันร้องว่า 'ม่ายยยยย' ออกมาแล้ววิ่งตามนักท่องเที่ยวพวกนั้นไป แต่ก็ไม่ได้ทำ.... ฉันก็แค่ยืนจับหมวกลงมาปิดหน้าเหงื่อตกแล้วพึมพำๆ

 
 
 

ก่อนที่ผมจะพูดปฏิเสธว่าไม่อยากโดด โค้ชก็สั่งให้เท็ตสึม่าแบกฉันตามขึ้นไป เฮ้ยย! ไม่ปายย เท็ตเอ๊ยย! ทำไมทีอย่างนี้ไม่ฟังกันละเว่ยย! คนอื่นๆก็เฮโลกันตามขึ้นไปเป็นหมู่คณะใหญ่ๆ นำขบวนด้วยโค้ชและพนักงานคนนั้น....





--------------------------
 
 

"มานี่สิครับ เดี๋ยวผมคิดอุปกรณ์เซฟตี้ให้" พนักงาน ณ จุดโดดพูดพร้อมยิ้มให้ ฉันที่โดดโค้ชดันหลังให้เข้าไปใกล้ก็ได้แต่มองหน้าพนักงาน มองลงไปที่แม่น้ำ มองอุปกรณ์เซฟตี้...สลับกันไปมา 



 
หน้าพนักงาน... แม่น้ำ... เชือก... 




 
หน้าพนักงาน..

 
 
 
แม่น้ำ...

 
 
 
เชือก...


....

 
 
 
แม่น้ำอีกที...




รู้สึกผมจะหยุดหายใจไปจริงๆ... นี่มันสูงเกินไปว่ะ... ถ้าให้เริ่มจาก 50-60 เมตร จะไม่ว่ากันเล้ย... เสียงของทุกคนที่เชียร์ให้โดดก็เชียร์กันจัง... อุชิจิม่าตะโกนโหวกเหวกว่าจะได้หายป๊อด! ริคุก็ประมาณคิดซังโดดได้ ผมโดดด้วยเลยเอ้า! บางคนก็เริ่มพนันว่าฉันจะโดดหรือไม่โดด... นี่มันอะไรกันโว้ย... ฉันจับหมวกแน่นอย่างไม่รู้จะเอายังไงดี



 "ชิเอ็น ฉันโดดแทนเอง... "



ขณะที่ฉันกำลังสับสนว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี เจ้าเท็ตสึม่าก็เดินเอามาจับไหล่แล้วพูด แล้วก็ก้มลงให้พนักงานจัดแจงติดอุปกรณ์เซฟตี้ทันที


"อา.. เอ่อ... ไม่เป็นไรหรอกเท็ตสึม่า เดี๋ยวฉันโดดก็ได้" ฉันเริ่มคิดว่าถ้าตัวเองกลัว เท็ตสึม่าก็คงต้องกลัวบ้างแหละ... จะให้โดดแทนได้ยังไงล่ะ...



 
ฮ่ะๆ.......



 
 
ขณะที่ฉันกำลังเอื่อมมือไปจะจับไหล่เจ้าเท็ตสึม่าเพื่อบอกให้เปลี่ยนตัวกัน ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หลังอย่างแรง ทำเอาฉันเซ..


 
 
หน้า...


 
 
 
 
คะมำ...


 
 
 
 
ตก...





จากสะพาน...




ถ้าช๊อตนี้ทำเป็นภาพสโลโมชั่นได้ คงตัดไปที่หน้าช๊อคของทุกคน หน้าตารื่นเริงของโค้ชที่นึกว่าฉันมีอุปกรณ์เซฟตี้อยู่ที่ขาแล้ว กับหน้าเท็ตสึม่าที่ซีดเผือก.... กับ... ฉันที่...ค่อยๆตกลงไป...




หัวใจหยุดเต้น...




 
 
 
 
 
 
 
ลืมหายใจ....




 
 
 
 
......





 
 
 
"เหวออออออออออออออออออออออออออออออออออออ!!!!"






ฉันร้องเสียงหลงเมื่อทุกอย่างไม่ได้สโลโมชั่นแต่อย่างใด ภาพล้อมๆตัวพุ่งผ่านตัวขึ้นข้างบนอย่างรวดเร็ว ซึ่งจริงๆแล้วมันคือตัวฉันที่พุ่งลงล่าง แม่น้ำใกล้เข้ามาทุกทีๆ และเร็วมาก ตอนนั้นในหัวคิดแค่ว่า ตายแน่ๆ ว่าแล้วก็หลับตาปี๋หลับกรรมทันที





อ่ะ!!??





ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาโอบกอดฉันไว้แน่น ฉันลืมตามอง...


"เท็ตสึ..!? เหวอออออออ!!!"


ก่อนที่ฉันจะเรียกเจ้าเท็ตได้จบชื่อ เชือกก็กระตุกดึงเอาเราสองคนเด้งผึงขึ้นอย่างแรง! เท็ตสึม่าก็ยิ่งกอดแน่นขึ้นไปอีก เพราะกลัวฉันจะปลิวหายไป เจ็บเหมือนกันแฮะ 


 
 ระหว่างที่เชือกยังไม่หมดแรง ดีดเราขึ้นลงเหมือนกับมันสนุกสนานกับการแกล้งคน ฉันก็เห็นกล่องอะไรไม่รู้สีแดงๆลอยอยู่กลางอากาศในช่วงวินาทีหนึ่ง ฉันรีบคว้ามันมากอดก่อนที่จะลอยหายไป ... แอบคิดว่า ไปเป็นรีซีเวอร์ก็ได้นะเนี่ยเรา...






 
 
 
เมื่อสถานการณ์สงบ... ฉันยังไม่ตาย กลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย... แต่ก็ยังตกใจไม่หาย... หัวใจยังเต้นรัวเร็ว 




อา... ประสบการณ์เฉียดตาย...




 
หลายๆคนที่เห็นว่าฉันปลอดภัยแล้วก็เริ่มที่จะไปเล่นบ้าง ... และไม่ลืมที่จะตรวจอุปกรณ์เซฟตี้อย่างดีก่อนจะไปยืนใกล้ๆจุดโดด




หมวกปลิวหายไปเลยแฮะ.... ฉันคิดพร้อมกับมองลงไปข้างล่าง... เฮ้อ... หัวใจยังเต้นรัวอยู่เลย...




ฉันมองเท็ตสึม่าที่นั่งอยู่ข้างๆ พยายามหาอะไรบ้างอย่างทั่วตัว อ่อ... ฉันนึกถึงกล่องที่คว้าไว้ได้ขึ้นมา เลยหยิบมันขึ้นมายื่นให้เท็ตสึม่าไป


 
 
เจ้าเท็ตรับไปจัดรูปทรง(?)ของกล่องนิดหน่อย... ก่อนจะยื่นมันกลับมาให้ฉัน



"สุขสันต์วันเกิดนะ ชิเอ็น...."




ฮ่ะๆ ผมยิ้มและรับกล่องนั่นมา


 
 
"ขอบใจนะ เท็ตสึม่า..."




ยิ่งกว่านั้น... นายยังช่วยชีวิตฉันไว้ด้วยนะ...





ขอบคุณมากๆเลยนะ...




วันเกิดปีนี้....
ซวยสุดๆก็ดีสุดๆหล่ะนะ...
อืม... สมดุลดีเหมือนกัน....








 
 
 
 
 
 
--------------------------------------------------------------------
 
หนาว: ว๊ากกกก!!! oTL!!! เลทไปเกือบสองเดือน!! ไอ่หนาวขอโทษษษ oTL!!!
โฮววววว /กอดคิดซังกะเท็ตและเจ๊แนนน!! 
 
โฮววววว oTL!!!
 
 
เพิ่งรู้ว่าไม่ได้อัพคิดซังไปเป็นปีเลย โอยย เศร้า ; [] ;
เล่มจบอายชีลด์ออกรึยังแว๊ oTL... ไม่กล้าเข้าร้านการ์ตูนเลย อึกอึก...
 
 
 
 

 

Tetsuma Joe

11 November 2009

 

......................................................................................................

............................ชิเอ็นบอกให้มาเขียนไดอารี่....................................

......................................................................................................

.............................................กะฮึ่ด!!................................................

 

 

เมื่อวันก่อนโค้ชบอกให้ทุกคนรวมตัวกันเพื่อจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ชิเอ็นในวันนี้ ตอนเช้าพวกเราจึงมารวมตัวกันที่โรงเรียนตามปกติ

เมื่อทุกคนมารอกันครบหมดแล้วก็ยังไม่มีใครเห็นโค้ช ชิเอ็นจึงบอกให้ชั้นไปตามหา

ชั้นวิ่งตามหาโค้ชไปรอบๆโรงเรียน ไปเปิดห้องน้ำและเล้าไก่ดูก็ไม่เจอ ชั้นจึงคิดว่าโค้ชน่าจะยังหลับอยู่ที่บ้านเป็นแน่ แต่เมื่อชั้นกำลังจะวิ่งออกไปนอกรั้วโรงเรียนนั้น เสียงแตรก็ดังขึ้น

"รีบๆขึ้นมาเร้วววว เจ้าพวกเด็กน้อยเอ๊ย ฮะฮ่าๆๆๆๆ!!"

เป็นโค้ชนั่นเองที่ขับรถโค้ช2ชั้นมาจอดคาไว้หน้าประตูโรงเรียน 2มือยิงปืนขึ้นฟ้าส่งเสียงดังไปพร้อมกับที่คนขับรถบีบแตรเรียกให้พวกเราออกไปขึ้นรถที่เข้ารั้วโรงเรียนไม่ได้

"ม...แหม่ งานวันเกิดอะไรถึงต้องออกนอกสถานที่กันครับ?" ชิเอ็นถามโค้ชอย่างไม่แน่ใจ

"ฮะฮ่าๆๆๆๆ ก็บอกแล้วไงว่าปีนี้จะต้องไม่เหมือนทุกปี! ไป๊! ขึ้นรถเร้ว เดี๋ยวไม่ทันกลับมาซ้อมตอนเย็น!"

(เจ๊แนนนี่ : ยังจะซ้อม... -*- )

ทุกคนทยอยขึ้นรถอย่างงุนงง ชั้นเห็นว่าชิเอ็นทำหน้าแปลกๆเหมือนมีอะไรจุกคอยังไงยังงั้น แต่ก็ขึ้นรถในที่สุด

 

รถโค้ช2ชั้นแล่นออกไปจากตัวเมืองมากขึ้นทุกที ยิ่งไปไกล ชิเอ็นยิ่งดูเครียดมากขึ้น ส่วนโค้ชก็ดูร่าเริงมากขึ้นเป็นลำดับ ชั้นเริ่มคิดว่าเราจะทานข้าวเที่ยงกันตอนเที่ยงตรงหรือเปล่า เพราะชิเอ็นบอกให้ชั้นทานข้าวเที่ยงตอนเที่ยง และชั้นก็ไม่เคยทานผิดเวลาเลยแม้แต่วินาทีเดียว

แต่เมื่อเวลา 11 โมง 32 นาที รถก็แล่นออกจากถนนใหญ่เลี้ยวเข้าไปในสถานที่ท่องเที่ยวกลางป่าเขาที่ดูเงียบสงบ หูชั้นได้ยินเสียงน้ำไหล ขณะที่ชิเอ็นดูเหมือนจะเห็นป้ายอะไรบางอย่างจนต้องอุทานเสียงอ่อย

รถจอดที่หน้าเรือนรับรอง พวกเราลงรถตามเสียงยิงปืนไล่ของโค้ช มีพนักงานเข้ามาต้อนรับ

"ฮ่าๆๆๆๆ แค่คนเดียวก็พอ! ที่เหลือยืนดูไปก่อน ถ้าเริ่มมันส์ค่อยโดดบ้าง!!"

...โดด?...

ชั้นเห็นชิเอ็นหน้าซีดกว่าเดิม...

เมื่อถูกยิงปืนไล่ให้เดินตามทางเข้าป่ามาทุกคนก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี ชั้นกำลังมองกาอะไรเป็นอาหารเที่ยงพอดีตอนที่พวกเราทั้งหมดเดินมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่

เมื่อมองลงไปข้างล่างจะเห็นแม่น้ำเป็นสายเล็กๆอยู่เบื้องล่าง ความสูงจากสะพานถึงแม่น้ำน่าจะไม่ต่ำกว่า100เมตรได้ ตรงกลางสะพานมีพนักงานรออยู่2คนพร้อมกับเชือกเส้นยักษ์และเสื้อชูชีพ

"ไม่น้า...." ชิเอ็นคราง

"เอ้า! คิดคุง! มาสิ! นี่เป็นของขวัญวันเกิดจากชั้นเอง! บันจี้จัมพ์ลงไปเลยยยยย!!" โค้ชยิงปืนขึ้นฟ้าอย่างสนุก

ในที่สุดชิเอ็นก็ต้องเดินไปจุดกระโดดบันจี้จัมพ์อย่างกล้าๆกลัวๆ

"โรคขี้ป็อดของนายจะได้หายไปซักทีนะ คิดซัง" คุณอุชิจิม่าตะโกนบอก ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ยอมก้าวเข้าไปใกล้จุดโดดน้อยกว่า5ก้าวเลย

เมื่อเห็นชิเอ็นลังเลอยู่ ชั้นจึงเดินเข้าไปหยิบเชือกมาจากมือพนักงาน

"ชั้นโดดแทนเอง..."

ชั้นก้มลงผูกเชือกและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ข้อเท้าตนเอง ชิเอ็นและคนอื่นๆยืนมองชั้นเงียบๆ

ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะโดดแทนชิเอ็นเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดหรอกนะ ชั้นรู้แล้วว่าของขวัญวันเกิดคืออะไร และชั้นก็ซื้อมาเรียบร้อยแล้วด้วย เป็นนาฬิกาข้อมือที่ห่อมาอย่างดีอยู่ที่กระเป๋าหลัง

(เจ๊แนนนี่ : แล้วมันไม่แบนไปแล้วเหรอ เทตจัง...)

"เอ่อ แหม่ เทตสึม่า...ชั้นโดดเองก็ได้" ชิเอ็นก้มลงมาหาชั้น

ชั้นเงยหน้าขึ้นจากเชือกที่ผูกขาเรียบร้อยแล้วเพื่อจะพูดตอบ แต่ชั้นยังไม่ทันได้กล่าวอะไร จู่ๆโค้ชก็กระโดดเข้ามาผลักหลังชิเอ็นอย่างแรงจนชิเอ็นร่วงตกสะพานลงไปต่อหน้าชั้น...

"โดดลงไปเลยเซ่!! เพื่อความกล้าไงเล่า!!"

ทุกคนสามัคคีกันร้องจ๊ากอย่างไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นชิเอ็นร่วงลงไปยังพื้นน้ำเบื้องล่าง

...ชั้นรีบกระโดดตามลงไปเพื่อจะช่วยทันที!!

ชั้นคว้าตัวชิเอ็นได้กลางอากาศ แล้วเชือกที่มัดขาชั้นไว้ก็กระตุกอย่างแรง ดึงให้เรา2คนลอยหวิวขึ้นมากลางอากาศ มองเห็นป่าไม้สะพานและแม่น้ำรอบข้างหมุนติ้ว

เหล่าเพื่อนๆและเจ้าหน้าที่บนสะพานต่างร้องเฮอย่างโล่งอก โค้ชยังหัวเราะไปยิงปืนขึ้นฟ้าไปเหมือนว่าที่ชิเอ็นร่วงลงมาไม่ใช่ความผิดตัวเองยังไงยังงั้น...

 

ชั้นและชิเอ็นขึ้นมาได้ในที่สุด เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆเริ่มนึกสนุกจึงไปขอโดดบ้าง ตามแผนโค้ชเขาล่ะ...

ชั้นค่อยๆแก้เชือกที่รัดขาเสียแน่น โชคดีที่มีเครื่องป้องกันการบาดเจ็บคั่นอยู่ทำให้ชั้นไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่

ชิเอ็นท่าทางยังตกใจไม่หาย แต่ก็นั่งช่วยชั้นแก้เชือกอย่างขะมักเขม้น

แล้วชั้นก็นึกถึงของขวัญในกระเป๋าหลังขึ้นมาได้ ชั้นล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อควานหากล่องของขวัญ...แต่มันไม่อยู่เสียแล้ว...

แล้วชั้นก็นึกถึงอะไรบางอย่างที่ร่วงผ่านหน้าลงไปตอนที่ชั้นโดดลงไปช่วยชิเอ็น...

ของขวัญชั้นตกน้ำไปแล้วสินะ...

ชั้นนั่งมองชิเอ็นอย่างสำนึกผิด ชิเอ็นหันมาเจอหน้าชั้นแล้วก็หัวเราะ

ชิเอ็นล้วงกล่องอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กล่องบุบบี้สีแดงนั่นคือกล่องของขวัญที่ชั้นเตรียมมาให้ชิเอ็นนั่นเอง ชิเอ็นคงเห็นมันร่วงลงมาตอนที่เรา2คนลอยอยู่กลางอากาศ และคว้ามันไว้ได้...

ชั้นหยิบกล่องนั้นออกมาจากมือชิเอ็น บิดให้มันเข้ารูปเดิม (เจ๊แนนนี่ : เดี๋ยวก็พังหรอก...=[]=) แล้วยื่นมันให้ชิเอ็น

"สุขสันต์วันเกิดนะ ชิเอ็น..."

ชิเอ็นยิ้มแล้วรับกล่องเบี้ยวๆนั่นไป

"ขอบใจนะ เทตสึม่า"

 

พวกเรากลับถึงโรงเรียนกันตอนที่ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีส้ม แต่ละคนหลับสนิทจนน้ำลายยืด กรนดังสนั่นจนชั้นสะดุ้ง

วันนี้ชั้นไม่ได้ทานข้าวเที่ยงให้ตรงเวลา และยังไม่ได้ซ้อมตอนเย็นอีกด้วย ตารางเวลาวันนี้ผิดเพี้ยนไปหมด ชั้นไม่เคยมีวันไหนที่ขัดคำสั่งที่โค้ชและชิเอ็นให้ไว้เยอะขนาดนี้มาก่อน

แต่ว่า...ก็ไม่ได้หมายความว่าวันนี้มันแย่หรอกนะ...จริงๆนะ...

 

 

*****************************************************************************

 

เจ๊แนนนี่ : โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก

เพิ่งเคยโครกับหนาวเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย!!!! 5555555555+

สรุปเวลาโทร 1 ชม.กว่าๆ =[]="

 

HBD ย้อนหลังแด่คิดซังนะจ๊ะ~~

 

ปล.ทุกคนมาอัพไดกันเถอะ!! จะจบแล้วนะ!! Eyeshield 21 จะจบเล่มหน้าแล้วจริงๆนะเฟ้ยยยยยย!!!!!!

edit @ 18 Nov 2009 10:39:04 by ES21Diary

 

 

 

 

 

ฮาบาชิร่า   รุย  011

7  Nov 2009

 

 

          นานมาแล้วฉันเคยสัญญิงสัญญากับซึยุมิเนะ  เมงุ เอาไว้ว่า  ถ้าว่างเมื่อไหร่ละก็จะพาไปเที่ยวทะเลนะ     

 

 

          แล้วก็ไม่ว่างตลอด  - - ที่จริงคือมีว่างบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับว่างขนาดพาแม่เจ้าประคุณซิ่งรถไปถึงสุดขอบประเทศญี่ปุ่นได้ถึงขนาดนั้น    เมงุก็โกรธฉันไปพักหนึ่งเพราะคิดว่าฉันลืมแล้ว   - -  ฉันอยากจะบอกกับเธอว่าฉันไม่ได้ลืมหรอก      ชะ!   ก็แค่ยังไม่มีโอกาสเท่านั้นเอง   - -      แต่คราวนี้ว่างแล้วเพราะคุณพ่อที่เคารพไปต่างประเทศแล้วก็กรุณาให้ลูกชายคนเล็กผู้เป็นที่รักอย่างฉันคนนี้ *ประชด*   อยู่บ้านคนเดียวถึงสามวัน    เพราะงั้นก็เลยไปบอกเมงุให้เตรียมตัวไปทะเลพร้อมกับเจ้าพวกบ้าตัวอื่นๆในชมรมได้เลบ    ก็ท่าทางดีใจกันใหญ่เป่าปากปิ้วๆหยั่งกะชีวิตนี้ไม่เคยสัมผัสน้ำเค็มงั้นแหล่ะ   ชะ! 

 

 

          "ทาเล~~~~~~~~~~~!!!ทาเล~~~~~~~~~!!!"   แหกปากกันเข้าไป...

 

 

          ยัยผู้จัดการตัวดีก็มายืนยิ้มกว้างอยู่ข้างๆ

 

 

          "นี่เมงุ  แล้วถ้าเธอจะลงน้ำน่ะนะ....."

 

          เมงุหันมามองฉัน   "ลงน้ำแล้วทำไมหรอ?"

 

           "......"

 

 

           ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรอีก  - -  เบียร์  กินเบียร์เหอะ...

 

 

           วันรุ่งขึ้นทุกคนในชมรมก็มาเจอกันที่หน้าประตูโรงเรียน  เอารถกันมาครบหมดเลยนั่นแหล่ะ  ข้าวของงี้พะรุงพะรังไปหมด   ชะ  นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่มีแก๊งมอเตอร์ไซด์เยอะขนาดนี้ซิ่งไปทะเลด้วยกัน    เมงุก็ซ้อนท้ายฉันไปส่วนกระเป๋าก็ฝากไปกับไอ้คันที่ขับคนเดียว   - -   นึกภาพเหมือนพวกเด็กส่งราเม็งที่เบาะหลังมีตู้สูงๆสิ    ....แบบนั้นเลยเว้ย  - -     เราก็ขับรถกันไปด้วยความเร็วสูงสุด  ขึ้นทางด่วน   ลงอุโมงค์   บ้าบอเยอะแยะ    

 

            พอผ่านไปค่อนวันก็หยุดพักเติมน้ำมัน   ไอ้เด็กปั๊มงี้มือสั่นพั่บๆนึกว่าโดนแก๊งซิ่งรุมปล้นแล้ว  - -  เฮอะ!   เดี๋ยวก็ไถเงินจริงๆซะหรอก      - -     เติมเสร็จก็ไปกันต่อ   ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าเราจะไปที่หาดไหนกันเพราะให้ลูกน้องคนนึงเป็นคนไปศึกษาเส้นทางมาแล้วก็นำทางให้   หาดไหนๆมันก็เหมือนกันหมดนั่นแหล่ะว้า....

 

 

             ห่างจากปั๊มน้ำมันมาได้สักพักนึง...

 

 

            "วู้ๆๆๆๆๆ เห็นน้ำแล้วครับลูกพี่  เห็นทะเลแล้ว~~!"

 

            "ทาเล~~~~~~~~~~~!!!ทาเล~~~~~~~~~!!!"  

 

            "ทาเล~~~~~~~~~~~!!!ทาเล~~~~~~~~~!!!"  

 

            "ทาเล~~~~~~~~~~~!!!ทาเล~~~~~~~~~!!!"  

 

 

            ญี่ปุ่นเป็นเกาะนะเฮ้ย  ไม่ต้องตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น  *หงุดหงิด*

 

 

            เราก็จอดรถกันที่หาดแห่งหนึ่ง    เจ้าพวกบ้าทั้งหลายพอล็อครถเสร็จก็กระชากเสื้อทิ้งวิ่งลงทะเลกันเป็นพรวน    - -  ชะ!  เอ้า! เอากันเข้าไป   ลืมลูกพี่ตัวเองไปเลยนะเว้ยเฮ้ย!    ฉันก็ขว้างอีแตะไปใส่หัวพวกมันให้กลับมาช่วยกันขนของลงก่อน   แล้วก็หยิบอีแตะข้างนั้นของตูกลับมาด้วยสิว้อย

 

            ขนของลงเสร็จแล้วเจ้าพวกนั้นก็เฮกะโลกันกลับไปเล่นน้ำต่อ    มันก็ยังอุตส่าห์เอากิ้งก่าเป่าลมติดมือมาด้วยนะ...  - -     ฉันน่ะใส่เสื้อคอปกผ้าฝ้ายแบบที่มาทะเลอยู่แล้วก็เลยไม่ได้ไปเปลี่ยนเสื้อ    แต่ยัยเมงุนี่สิ   พาเท้าแตะทรายปุ๊บก็คว้ากระเป๋าหายจ้อยไปไหนแล้วก็ไม่รู้

 

 

           หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่ฉันอยากจะเตือนตั้งแต่อยู่ในห้องชมรม  แต่ก็ไม่กล้าพูดหรอกนะ...

 

 

           ชะ   ไอ้เรื่องเล่นน้ำอะไรนี่ฉันยังไม่อยากเล่นล่ะ    มาถึงทะเลทั้งทียังอยากจะนั่งกินเบียร์  รับลมเย็นๆมากกว่าเพราะงั้นก็เลยนั่งอยู่บนหาดทรายแล้วก็แกะเบียร์กระป๋องดื่มอยู่คนเดียวไปก่อน    มองไอ้พวกบ้านั่นดำผุดดำว่ายกันนั่นแหล่ะ     หาดที่นี่คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่    อาจจะเป็นเพราะยังไม่ถึงช่วงฤดูท่องเที่ยวก็ได้มั้ง

 

 

 

            "โอ้โหเฮะ   ดูนั่นดิ  โคตรแจ่ม!"

 

 

             อยู่ๆไอ้เด็กไฮสคูลต่างโรงเรียนที่นอนอาบแดดอยู่ไม่ห่างไปจากฉันก็ร้องบอกเพื่อนมัน

 

 

             "เออว่ะ!  ซู้ดยอด...."

 

            "เข้าไปขอเบอร์ดิว้าๆ"

 

 

 

             ชะ   อะไรของมันวะ..  - -  ระหว่างที่คิดก็มีเงาคนมาทาบอยู่ข้างหลังฉัน   ลักษณะเหมือนจะยืนเท้าเอวอยู่     ฉันก็เลยหันไปมองว่าใคร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              "เฮ้ย!?!?  เมงุ!!!"

 

 

 

               ยัยบ้านั่น  เล่นใส่.....บิกินี่สีดำ   มีสายผูกเป็นโบว์อยู่ตรงหลังคอ   แถมตรงท่อนล่างก็เป็นแค่... ไอ้ผ้าสามเหลี่ยมเล็กๆนั่นน่ะ!     มิน่าล่ะไอ้พวกผู้ชายมันถึงได้เป่าปากกันปิ๊วป๊าว  - -  ยัยบ้าเอ๊ย!

 

 

               "แต่งตัวอะไรของหล่อนเนี่ยเมงุ!!!"

 

 

               ฉันก็นั่งไม่ติดที่เลยน่ะสิ!  ว้าโว้ย!!     ลุกพรวดขึ้นมาทันทีเลย   จะให้ทำยังไงดีฟะ!?!?

 

 

               "พูดอย่างงี้หมายความว่าไงฮาบาชิร่า  - -  มาทะเลฉันก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำสิ"

 

 

               "โป๊!!"

 

 

               "เดี๋ยวแม่ตบชัก  โป๊บ้าอะไรยะ!  ใครเขาก็ใส่กันทั้งนั้นแหล่ะ"

 

 

                "บอกว่าโป๊ก็โป๊สิ  ไปเปลี่ยนเสื้อ!"

 

 

                "ไม่เปลี่ยนย่ะ!"

 

 

                "ไปเปลี่ยนเถอะน่า!"

 

 

                 "ไม่เอา!"

 

 

 

 

 

 

                แล้วแม่เจ้าประคุณก็สะบัดหน้าใส่ฉัน  เดินหนีไปเฉยเลย  - -  ที่สำคัญกว่านั้นทำไมเธอจะต้องเดินไปร่วมวงกับไอ้พวกเด็กไฮสคูลกลุ่มที่มันร้องอู้หูอ๊าหากันอยู่เมื่อกี้ด้วยล่ะฟะ!?  คิดจะประชดฉันรึยังไง   - -   ตอนแรกไอ้พวกนั้นก็ปรบไม้ปรบมือกันใหญ่ที่เมงุเดินเข้าไปหา      แต่พอตูเขม่นใส่จากข้างหลังให้หน่อยเท่านั้นแหล่ะก็หน้าซีดเผือกกันเป็นไก่ต้ม  เอาห่วงยางมาบังหลบวิ่งหนีกันแทบตายเลยว่ะ ทุ๊ย! 

 

 

             เฮอะ...   หงุดหงิดจริงว้อย  - -   ในเมื่อแม่เจ้าประคุณไม่ยอมไปเปลี่ยนเสื้อกลับเป็นชุดธรรมดาถึงขั้นขึ้นเสียงดังเลยแบบนี้    ก็ท่าทางว่าเอาช้างมาฉุดก็คงไม่ยอมแล้วล่ะวะ    แล้วฉันจะทำไงได้  - -   ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยนั่นแหล่ะ   ชะ!

 

 

             "งั้นหล่อนก็ใส่เสื้อฉันไปด้วยล่ะกัน"   ฉันก็ต้องลงทุนแกะกระดุมเสื้อตัวเองไปให้แม่นั่นที่หันมามองฉันเหมือนจะรู้ว่าเป็นตัวการที่ไล่ไอ้พวกนั้นไป   "แล้วคราวหน้าคราวหลัง   จะเลือกชุดว่ายน้ำน่ะก็ให้มันมิดชิดกว่านี้หน่อยได้มั้ยห๊ะ"

 

 

              เมงุดูไม่ค่อยพอใจแต่ก็ยอมรับเสื้อไปใส่    จากนั้นก็นิ่งไปสักพัก

 

 

 

             "....ฉันใส่ชุดนี้แล้วมันทุเรศลูกตานายขนาดนั้นเลยรึไง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              ........บรรลัยละกู

 

 

 

              หายนะฮาบาชิร่าตอนที่ 1 : ผู้หญิงมักเลือกชุดว่ายน้ำที่ตัวเองมั่นใจที่สุดมาทะเลเพื่อให้ผู้ชายชม

 

 

              "ฟังดีๆสิแม่นี่   ฉันบอกว่ามันโป๊เกินไป  เธอเป็นผู้หญิงนะ"   ฉันจงใจไม่ใช้คำที่สื่อความหมายว่าสวยหรือไม่สวย    บ้าเอ้ย ก็ใครมันจะไปพูดออกมาได้หน้าตายเฉยอย่างงั้นล่ะจริงมะ  ชะ!

 

 

              เมงุก็เงียบ        

 

 

 

            "ชะ   ....แต่ฉันว่าไอ้สีดำมันก็เหมาะกับเธอดีอยู่แหล่ะ    คราวหน้ายังไงก็ลองเอาตัวอื่นละกัน"

 

 

             เมงุยังเงียบอยู่

 

 

 

             หายนะฮาบาชิร่าตอนที่ 2  :  แต่นอกจากจำไม่ชมกูแล้ว   ยังเอาแต่ว่าอีกต่างหาก...

 

 

 

             "ขอโทษก็ได้ที่ขึ้นเสียงใส่ไปตะเกี้ย"

 

 

 

 

              บรรยากาศแม่งโคตรอึมครึม....

 

 

              สุดท้ายฉันก็เลยยอมแพ้      "เออๆ   จะใส่ก็ใส่ไปเหอะ  ไม่ทุเรศหรอก   - -      แต่หล่อนอย่าเที่ยวเดินไปไหนคนเดียวแล้วกัน  จะเล่นทะเลใช่มั้ย   งั้นเดี๋ยวฉันลงด้วยก็ได้วุ้ย!"

 

 

               ฉันต้องสลัดผ้าลงไปว่ายน้ำจ๋อมแจ๋มกะเค้าด้วยเพื่อง้อแม่เจ้าประคุณโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย    เมงุก็ดูหายโกรธขึ้นมาหน่อย    ให้ตายสิ  หวิดงานเข้าแล้วไหมล่ะ

 

 

 

               "ลูกพี่ๆ   เจ๊ๆ  มาเล่นมะกันบอลชายหาดกานนนนนนน~~~~~"

 

 

 

               อะไรของแกวะมะกันบอลชายหาด  - -  มันคล้ายๆไอ้ที่พวกเดมอนไปเล่นกันมาที่อเมริการึเปล่าฟะ    ฉันลงน้ำหัวยังไม่ทันเปียกเลยมันก็ลากฉันกลับขึ้นมาละ   ยังไงก็จะให้เล่นด้วยให้ได้  ( ทีอย่างงี้ล่ะไม่ต้องมาจ้ำจี้จำไชเชียว... เฮอะ! )    จะเอาไงก็เอาวะ   ถือว่าเที่ยวด้วยได้ซ้อมด้วยเลยละกัน!

 

 

               แต่เหมือนโซคุโตะคงจะห่างซ้อมกันไปหน่อย...

 

 

 

                "ลูกพี่ๆรับบอลนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบ~~~~"

 

 

                "เฮ้ย!? ตูไม่ใช่รีซีฟเวอร์!"    ไอ้ตำหน่งตำแหน่งอะไรนั่นจริงๆแล้วก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเพราะพอถึงเวลาใครว่างก็เล่นแทนได้หมด    แต่ประเด็นคือมันเคยแหกตาดูบ้างมั้ย  - -    ว่าตูเนี่ย  - -  ตูคนนี้เนี่ย   กำลังโดนพวกเอ็งทั้งหลายรุมแท็คกันอยู่หลายดอกเลยนะเว้ยเฮ้ย

 

 

 

               "ห่ะย๊า~~~~~~~~~~~~~~~~♥" /ขว้างง์

 

 

               ย้าป้าแกดิ!    พอมันเห็นว่าฉันโดนอีกฝ่ายรุมประกบอยู่หลายคนมันก็เลยปาลูกซะทั้งโด่งทั้งไกลหวังให้ฉันหาจังหวะสลัดหลุด       เอ็งจะสอยดาวลูกไก่รึไงวะหา!?!?   นั่นน่ะมันสูงกว่าเฮลมาเรียพาสแล้วไม่ใช่รึยังง้ายยยยยยยยยยยยยยย  ทำไมตอนพวกเอ็งแข่งกันจริงๆไม่เห็นเล่นกันอย่างงี้เลยวะส๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดด   - -   ไอ้บอลนรกนั่นมันก็ลอยหวือหลุดขอบสนามที่ช่วยกันขีดอยู่ตะเกี้ย   หายแว้บไปหลังโขดหินอันใหญ่เท่าบ้านนั่นแล้วล่ะเว้ย!    อุ๊วะ!!  หาเรื่องจริง!!!

 

 

                ไอ้ลูกน้องคนหนึ่งมันก็เลยวิ่งด๊อกแด๊กๆไปเก็บลูกให้    แต่พอชะเง้อหน้าข้ามโขดหินใหญ่ๆซึ่งมองอีกฝั่งไม่เห็นจากทางฉันแค่แว้บเดียวเท่านั้นแหล่ะ     ก็วิ่งกลับมา  ไม่พูดไม่จา    ลากแขนฉันไปด้วยอีกคนทันที

 

 

                 "มีอะไรวะ  หาไม่เจอรึไง??"

 

 

 

                  มันก็หันมายิ้มแห่ะๆ   "เปล่าหรอกครับพี่   แต่เหมื่อนจะมีเรื่องนิดหน่อย..."

 

 

 

                 ฉันก็ตบกะโหลกมันไปทีหนึ่งก่อนลงทุนปีนโขดหินนั่นขึ้นไปดู      อีกฝั่งหนึ่งนั่นก็เป็นชายหาดเหมือนกันแต่กลับมีคนอยู่น้อยกว่ามาก     ทั้งยังสะอาดและโล่งตากว่าด้วย....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                  ............ถ้าหากไม่มีปิรามิดกิเซต์ขนาดจำลอง 1 :  3,000   ซึ่งสร้างจากทรายทั้งหมดและมีลูกอเมริกันฟุตบอลของทีมฉันปักคาอยู่บนยอดอย่างสง่างาม      กับเจ้าบ้าผิวคล้ำที่มีผมยาวสีม่วงหยั่งกะตุ๊ด   ยืนถือกระดานวินเซิร์ฟมองหน้าฉันอย่างตกตะลึงอยู่ตรงนั้นน่ะนะ    

 

 

 

ฮาบาชิร่า  รุย

 

---------------

 

 

คุ่น : ห่างหายจากรุยไปนานพอได้กลับมาเขียนอีกทีนี่มันก็สนุกจริงๆเล้ย~~~    ถึงแม้ว่าตอนนี้คอมของคุ่นมันจะติดๆดับๆ   ค้างบ้างอะไรบ้าง...    รีสตาร์ทเองบ้างอะไรบ้าง.....  รอเครื่องเซ็ตตัวเองนานกว่าครึ่งชั่วโมงบ้างอะไรบ้าง.....      แต่สุดท้ายก็เขียนรุยจนจบตอนได้แล้วล่ะอ๊างงงง~~~

 

เหตุการณ์จะเป็นจะใดต่อไปติดตามได้ในฮาราโอะเวอร์ชั่นเน่อ <3   

 

 

 

 

ES21Diary 020

 

อะแฮ่ม! ทุกคน!

 

ไดเราจะครบสองปีแล้วนะ!

 

/ปรบมือๆๆ แปะๆๆๆ

 

มาจะกล่าวบทไป....จึงมีการจัดมีตติ้งอายชีลด์ไดอารี่ขึ้น  จากที่เล็งเห็นว่าเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะเพราะทุกคนก็เริ่มปิดเทอมกันแล้ว

 

Eyeshield 21 Diary 's Meeting!!

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2552

สถานที่ : สยาม (แหล่งเที่ยวๆ)

เวลา : ช่วง 10-11 โมง จนถึงตอนเย็นๆ

 

ไปถึงแล้วทำอะไรกันบ้างเอ่ย??

1.  พอถึงช่วงเที่ยงๆก็จะไปทานข้าวกันก่อน~

-   ในระหว่างทานข้าว เราก็จะมีกิจกรรม "เอาหัวใจใส่ซอง" ล่ะ!! ( เครดิต : คุ่น (ขอบใจมาก *ตบไหล่ๆ))

กติกา : ก็ให้ทุกคนสวมบทบาทของตัวละครที่ตัวเองแคสแล้วเขียนบรรยายความรู้สึกที่ผ่านมาระหว่างอาศัยอยู่ในอายชีลด์ไดอารี่แห่งนี้ลงบนกระดาษ (กระดาษอะไรก็ได้ จะตกแต่งยังไงแล้วแต่ศรัทธา )

เช่น

ทาคิ : การที่ฉันได้มาอยู่ในที่ที่เพอร์เฟ็คเหมาะกับคนเลิศเลออย่างฉันนี่วิเศษสุดไปเลยเมอร์สิเออร์~~!! *ผ่าอก* อ่ะฮ้าฮ่า~~(ความจริงแล้วยาวกว่านี้ แบบพรืดๆorz )

 แล้วเราก็จะทำการจับสลากกัน ว่าใครได้ของใครอะไรยังไงน่ะค่ะ! อยากให้เขียนบรรยายความรู้สึกที่แท้จริงออกมาแบบสุดๆไปเลยน่ะ!  เหมือนแบบเราตั้งใจจะทำอะไรสุดๆให้คนๆนึงน่ะ!!

หมายเหตุ - สมมติว่าควบบท(จะกี่บทก็แล้วแต่) จะเขียนมากี่ตัวละครก็ได้ค่ะ (ลงในกระดาษแผ่นนึง)

 

2. ร้องคาราโอเกะ-----

- คิดว่าจะกินเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงค่ะ!  ถ้าร้องเสร็จก็คงกินเวลาถึงช่วงเย็นๆ

 

3. เวลาที่เหลือก็อาจมาถ่ายรูป เอ็มวี ชมนกชมไม้ อะไรกันนี้สโหน่ยย ก็กลับแล้วล่ะค่ะ~

 

 

มาสนุกกันนะทุกคน!! XD

มีอะไรสงสัย ส่ง ems. หรือติดต่อมาที่อีเมลล์ eye_konoha@hotmail.com ได้เลยค่า!

 

 

 

.

.

.

 

 

 

 

 

konoha

 

 

 

 

edit @ 14 Oct 2009 00:41:35 by ES21Diary

 

Tetsuma Joe

27 september 2009

 

 

......................................................................

..............ชิเอ็นบอกให้มาเขียนไดอารี่.................

......................................................................

...........................กะฮึ่ด!!..................................

 

 

นานมากแล้วที่ชั้นไม่ได้มาเขียนไดอารี่

เพราะพวกเราทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการซ้อมเตรียมตัวให้เดวิลแบทส์เพื่อการแข่งขันคริสต์มาสโบลว์

ชั้นเองก็ถูกเรียกตัวไปช่วยซ้อมให้ยูคิมิตสึ

การซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นตลอดทุกวัน

เมื่อวานนี้สถิติของทุกคนตกลง ปิศาจหัวหน้าเดวิลแบทส์จึงให้ทุกคนพักซ้อมเป็นเวลาหนึ่งวัน

 

เมื่อเช้านี้ชั้นตื่นขึ้นมาวิ่งตามปกติ  หลังจากวิ่งได้ระยะทางตามที่โค้ชสั่งแล้ว

...ชั้นก็ไม่มีอะไรทำ...

ชั้นไม่รู้จะทำอะไร ในเมื่อไม่มีใครสั่งให้ทำอะไร ชั้นจึงวิ่งต่อ

ชั้นวิ่งไปเรื่อยๆ เริ่มหิวขึ้นมา แต่ไม่มีใครสั่งให้กิน ชั้นจึงวิ่งต่อ

 

แล้วชั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าชิเอ็นเคยสั่งว่า

"ถ้าหิวเมื่อไหร่ก็หาอะไรทานทันทีนะ เทตสึม่า"

ชั้นจึงวิ่งไปร้านอาหารแล้วนั่งทานจนอิ่ม

 

ออกจากร้านชั้นก็วิ่งต่อ เริ่มเหนื่อย แต่ไม่มีใครสั่งให้หยุด...

เดี๋ยวสิ...ไม่มีใครสั่งให้วิ่งนี่นา...

ชั้นคิดได้อย่างนั้นจึงหยุดวิ่ง

แล้วก็ได้รู้ว่าชั้นกำลังยืนอยู่บนถนนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ชั้นเดินตามป้ายบอกทางต่างๆที่สั่งให้ชั้นเดินไปทางนั้นทางนี้

 

กระทั่งเริ่มเย็น ชั้นก็ได้มาหยุดตรงสนามซ้อมของเดวิลแบทส์...

 

สนามซ้อมที่ชั้นเคยมาซ้อมทุกวัน วันนี้ดูแปลกตา

ชั้นไม่รู้ว่าเพราะอะไร

อาจจะเป็นเพราะแสงอาทิตย์สีส้มที่ส่องลงมา

หรือจะเป็นเพราะวันนี้ไม่มีใครอยู่ในสนามเลย....

ไม่มีผู้เล่นซักคนซ้อมอยู่บนสนาม

ไม่มีแม้แต่ผู้จัดการทีมที่จะมาเก็บเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว

ไม่มีใครเลย...

 

ชั้นนั่งลงตรงม้านั่งข้างสนาม

ได้ยินเสียงนกร้องแล้วชั้นรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด

ความรู้สึกที่ชั้นไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

มันคล้ายๆกับความรู้สึกตอนที่รู้ว่าชั้นและชิเอ็นจะไม่ได้ไปคริสต์มาสโบลว์ แต่ก็ต่างกัน

 

ผืนหญ้าในสนาม มันเขียวขนาดนี้เลยเหรอ

เสาประตูข้างสนาม มันสูงใหญ่ขนาดนี้เลยนะ....

ชั้นเพิ่งเคยสังเกต

เมื่อไม่มีใครอยู่ในสนามแล้ว ชั้นเพิ่งรู้ตัวว่าเมื่อเทียบกับสนามอเมริกันฟุตบอลที่กว้างใหญ่

...ชั้นตัวเล็กแค่นี้เลยเหรอ...

 

ในใจของชั้นมีอะไรบางอย่างติดอยู่ข้างใน

รู้สึกไม่ดีเลย

จู่ๆก็อยากให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ แล้วซ้อมด้วยกันเหมือนเคย...

 

ทำไมวันนี้ถึงไม่มีใครเลยล่ะ?

ทั้งๆที่เราเคยร่วมซ้อมกันอย่างเอาเป็นเอาตาย

เคยหัวเราะสนุกกันในสนามอเมริกันฟุตบอลแห่งนี้

วันนี้กลับไม่มีใครเลย...

ชั้นเริ่มสงสัยว่าชั้นมานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่

...บางที...ชั้นอาจจะกำลังรอใครซักคนอยู่ก็ได้

แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ชั้นก็ไม่เห็นใครผ่านมาซักคน...

 

 

 

ชั้นนั่งมองผืนหญ้าค่อยๆกลายเป็นสีส้มท่ามกลางความเงียบเหงา...

จู่ๆก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้นด้านหลัง

เมื่อหันกลับไปก็พบเจ้าหัวล้านทีมนาคายืนร้องไห้กระซิกๆอย่างกับญาติเสีย

ชั้นเหงื่อตก อยากจะปลอบแต่ก็ไม่รู้จะปลอบว่าอะไร

 

เมื่อเจ้าหัวล้านนั่งลงข้างๆชั้น เรา 2 คนจึงนั่งมองสนามด้วยกัน

 ชั้นรู้สึกได้ว่าเขาเองก็รู้สึกเหมือนกัน...

มันไม่ใช่วิสัยของชั้นที่จะชวนคุยก่อน เพียงแต่วันนี้...ชั้นก็แค่อยากพูดกับใครซักคนที่รู้สึกเหมือนกัน...

 

"ไม่เคยคิดเลยนะ ว่าสนามที่เราวิ่งกันอยู่ทุกวัน...จะกว้างใหญ่ขนาดนี้..."

 

ได้ยินชั้นพูดแบบบนั้น เจ้านั่นก็ร้องไห้หนักขึ้น ชั้นตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

เขาน้ำตาไหลพรากๆ แล้วก็หันมาบ่นกับชั้น

"บ้าจริง! เจ็บชะมัด!"

ชั้นหันไปมองอย่างงงๆ

"บิ๊กอายทิ่มตาน่ะจ้ะ โฮะๆๆๆๆ"

...ชั้นรู้สึกอยากตบคน...

 

จัดบิ๊กอายซักครู่หนึ่งจนเสร็จ เขาก็ลุกขึ้น

"ชั้นก็เข้าใจนะที่เธอรู้สึกแบบนั้น เทตคุง แต่เธอไม่ได้คิดไปเองคนเดียวหรอกนะ ชั้นเองก็พยายามเต็มที่เพื่อทีมนาคา...และอุนซุยคุง"

เขากล่าวพร้อมกระพือขนตาโชว์บิ๊กอาย...

"เพราะงั้น เทตคุง เธอก็อย่ายอมแพ้นะ เธอน่ะ มีคุณค่าสำหรับใครบางคนนะ แต่เธออาจจะยังไม่รู้ตัวก็ได้"

เขายิ้มให้ชั้น แล้วยืดตัว หันหลังเดินจากไป ชั้นลุกขึ้นพยายามเรียกเขาไว้

"อ...เอ่อ...คุณซำจั๋ง"

อา...ชั้นจำชื่อเขาได้แล้ว

เขาหันมาหาแล้วกระพือขนตาอีกที ชั้นขนลุกจนขยับตัวไม่ได้ พูดไม่ออก

"อย่าลืมนะ เทตคุง เธอสำคัญสำหรับใครบางคนนะจ๊ะ โฮะๆๆๆๆ"

ว่าแล้วเขาก็เดินจากไป

 

ชั้นไม่เข้าใจที่เขาพูด แต่ก็นั่งลงเพื่อเฝ้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับตา

สนามที่ว่างเปล่าก็ยังคงว่างเปล่าต่อไป คิดทบทวนถึงเรื่องที่ซำจั๋งพูดทิ้งไว้

กระทั่งท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม นี่ชั้นควรจะกลับบ้านหรือเปล่า หรือควรจะรอใครซักคนอยู่ตรงนี้?

 

 

 

มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างหลัง ฝ่ามือหนึ่งแตะที่บ่าชั้น

"แหม่...เทตสึม่า ไม่มีใครบอกหรือว่าวันนี้งดซ้อมน่ะ?"

ชั้นหันกลับไป พบรอยยิ้มแบบป็อดๆกับหมวกคาวบอยใบเดิม

"ปล่อยให้ตามหาทั้งวัน นึกว่าเรื่องซวยๆจะมาเยือนซะแล้ว"

ชั้นนึกถึงคำพูดของซำจั๋ง...จริงสินะ...

ชั้นยิ้มให้ชิเอ็น

ท่าทางชิเอ็นประหลาดใจพอสมควร แต่ก็ยิ้มกลับ

แล้วเราก็เดินกลับบ้านด้วยกัน...

 

***************************************************************************

เจ๊แนนนี่ : นี่คือความรู้สึกที่เจ๊และเทตคุงอยากบอกทุกๆคนนะ

"ทำไมวันนี้ถึงไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยล่ะ ทั้งที่เราเคยสนุกด้วยกันขนาดนั้น..."

เจ๊เฝ้ารออยู่นะ เทตสึม่าก็ด้วย...

 

ปล.สีภาพเน่าเพราะ Photoshop พัง ลองใช้ SAI มันก็ยากอิ๊บอ๋าย... -*-