Taiyo-Sphinx

 

 

 

ฮาราโอะ คิมินาริ   &  ฮาบาชิร่า  รุย

วันสิ้นปี 2008

 

ฉันเผลอไปแค่พักเดียว   พักเดียวจริงๆนะ  ไม่ทันไรก็วันปีใหม่อีกแล้วน่ะสิ  - -   ตอนแรกที่ฉันเห็นตามห้างเขาจัดต้นคริสต์มาสกันฉันก็ยังคิดว่าอีกตั้ง 6 วันอยู่หรอกแต่นี่เล่นกลายเป็นว่า  วันพรุ่งนี้จะเป็นปี 2009 เสียแล้ว

 

ชะ!  แล้วปีใหม่มันยังไงกันหรอวะถึงได้แห่ไปฉลองเฮฮาปาร์ตี้กันซะหมด    รู้อะไรมั้ย  พ่อฉันน่ะทั้งๆที่ปกติแทบจะนับวันเจอหน้ากันได้  จู่ๆก็เข้ามาเดินเข้ามาในบ้านไม่พูดทักทายอะไรกันสักแอะ   แล้วก็โยนสูทมาให้ชุดหนึ่ง    สั่งการแบบโคตรบังคับเอาเองเสร็จสรรพว่าที่พรรคจะมีงานเลี้ยงปีใหม่ร่วมกับพวกคนใหญ่คนโตแล้วก็พวกนักธุรกิจดังๆด้วย

 

ซึ่งอันที่จริงเรื่องเทศกาลย่อมคู่กับงานเลี้ยงฉันก็พอจะเข้าใจ  เพียงแต่ว่าตกใจนิดหน่อยน่ะสิที่จู่ๆก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่มีส.ส.ฮาบาชิร่ามาเป็นเจ้าภาพ    ฮึ....   ตัวฉันก็ไปงานเลี้ยงอื่นๆมาตั้งเยอะ   เพิ่งจะมีงานนี้นั่นล่ะที่ไม่อยากไปเป็นงานแรก    แต่จะให้ฉันทำอย่างไรได้จริงไหม

 

เล่นมาอีหรอบนี้แล้ว  ไม่อยากไป  มันก็ขัดอะไรไม่ทันอยู่แล้วนี่ฟะ....

 

พอตกเข้ากลางคืนฉันก็แต่งชุดสูทที่ทางบ้านเตรียมมาไว้ให้    จากนั้นก็เอากล่องของขวัญ(ตามมารยาท)ที่ให้พ่อบ้านเป็นคนจัดเอาใส่รถ      ตลกดีไหมล่ะเพราะฉันตั้งใจไว้ว่าจะอยู่ต้อนรับปีหน้าอย่าสงบๆอยู่ที่บ้านแท้ๆแต่กลับต้องไปเยือนถิ่นอโคจรอย่างนั้นซะได้      แล้วพ่อตัวเองเป็นคนจัดงาน   เจ้าลูกชายหน้ากิ้งก่านั่นมันก็ต้องมาอยู่แล้วสิ..

 

แต่ไอ้เรื่องที่ฉันปวดกบาลกว่างานฉลองน่ะ   มันก็คือเรื่องรายชื่อแขกที่กระแทกลูกตาเข้าอย่างจังนี่ต่างหาก   มันก็ไม่ได้อยากจะเหลียวหางตาไปเห็นหรอกนะแค่บังเอิญอยู่ในหมวดตัว "ฮะ" เหมือนกัน    - -   ก็ไอ้เจ้าครอบครัวฮาราโอะอะไรนั่นไงเฟ้ย!    ดวงปีนี้มันชงมากเลยรึไงฟะถึงได้ต้องมาเจอไอ้ฟาโรห์ตุ๊ดนั่นได้ไม่หยุดไม่หย่อน    นี่ขนาดจะสิ้นปี   มันยังพาโคตรเหง้าศักราชอาเจ็กอาม่ามันมาอวยชัยฉันถึงที่เลยนะเนี่ย  

 

ก็เอาเถอะนะ     ฉันเองพอจะเดาได้อยู่แล้วล่ะว่ามันต้องมาแน่   ไอ้เจ้าตาปลิ้นนั่น    ได้แต่หวังว่ามันจะไม่มาหาเรื่องฉันกลางงานพ่อมันหรอกใช่ไหม

 

พอฉันเตรียมตัวอะไรเสร็จ   พ่อก็จับฉันโยนใส่รถกับพี่ชาย (ซึ่งใส่สูทไม่ขึ้นสักนิด...)   ขับบึ่งไปโรงแรมที่พรรคของพ่อจองไว้นั่นแหล่ะ      วันสิ้นปีอย่างงี้รถก็แน่นซะยิ่งกว่าแน่น   ฉันเลยต้องนั่งจนขาชาเลย  ชะ!   พยายามเกลี้ยมกล่อมพ่อกี่ครั้งแล้วว่าฉันน่ะขับมอไซด์ไปเองก็ได้  - -  เคยฟังซะที่ไหน     ไอ้เรื่องใส่สูทขี่มอไซด์จะเข้าหรือไม่เข้ากันน่ะ     ช่วยช่างหัวมันหน่อยก็ดีนะ!

 

หลังจากฝ่าการจราจรบนท้องถนนที่ติดเสียจนฉันหงุดหงิด  ในที่สุดก็ยังไปถึงที่จัดเลี้ยงจนได้   - -   ส.ส.ฮาบาชิร่าถึงจะเลี้ยงดูลูกชายตัวเองไม่เอาไหนแต่ก็มีรสนิยมดี    มันเป็นโรงแรมระดับห้าดาวเลยน่ะแล้วก็จัดเลี้ยงในห้องโถงที่ได้บรรยากาศคล้ายๆงานบอลรูมด้วย      

 

ฉันกับพ่อพอไปถึงงานก็เอาไอ้ของขวัญซังกะบ๊วยที่โดนบังคับให้เอามาเป็นพิธีด้วยไปฝากไว้กะเคาท์เตอร์ต้อนรับ     จากนั้นก็เดินเข้าไปในงาน   - -    รูปแบบงานก็อย่างเดิมทุกทีปีนั่นแหล่ะ   บุฟเฟ่ต์   นักร้อง   คนใส่สูทกะชุดราตรีเดินกัน    มีแต่ไฮโซไม่กพวกมีอิทธิพลในวงการทั้งนั้น    ไม่รู้จักเบื่อแล้วกลับไปนอนอยู่บ้านสบายๆกันมั่งเลยรึไงวะ....

 

ฉันเองรู้จักพวกที่ร่วมงานด้วยหลายคน    คือฉันออกงานค่อนข้างจะบ่อยเพราะเดี๋ยวแม่ก็พาไปนั่น  พ่อก็พาไปโน่น    ไหนจะเป็นงานที่บ้านฉันจัดเลี้ยงเองอีกต่างหาก     พวกลูกท่านหลานเธอก็เข้ามาทักแล้วก็คุยกับฉันบ้าง   หึ....คุยเรื่องที่พวกคนรากหญ้าเค้าไม่ค่อยคุยกัน....   - -   ก็เห็นว่าตอนนี้ยังให้แขกพบปะทักทายกันก่อน   แล้วเดี๋ยวจะให้ส.ส.ฮาบาชิร่าขึ้นมากล่ายต้อนรับพร้อมอวยพรปีใหม่หรือไงเนี่ย

 

พ่อฉันที่อีกเดี๋ยวต้องขึ้นเวทีก็เลยแว้บหายไปอ่านสคริปต์ก่อน   เจ้าพี่ชายบ้าพอเห็นของกินก็เดินดุ่มๆเข้าไปทิ้งฉันเอาไว้คนเดียวซะงั้น   ชะ!   เอาล่ะสิ    ไอ้ฉันมันก็ถนัดกับอาเจ๊ไฮโซไฮซ้อพวกนี้เสียที่ไหนกันล่ะวุ้ย    ไอ้เรื่องจะไปเนียนกินไม่สนใจผู้คนอย่างพี่โทคาเงะมันก็ด้านเกินไป เลยได้แต่ยืนล้วงกระเป๋ารากงอกอยู่ข้างประตูนั่นแหล่ะ

แล้วระหว่างที่ฉันกำลังอยู่นั่นตรงนั้นเองก็ดันเหลือบไปเห็นไอ้คนที่คิดว่าจะเจอ...  แต่ก็ไม่อยากเจอเข้าพอดีเลย   - -  เจ้าฮาบาชิร่า รุยไงล่ะ   - -    มันใส่สูทเสียท่าทางราคาแพงแต่ดันยืนล้วงกระเป๋าเป็นกุ๊ย   เอาแต่ยืนเก้ๆกังๆอย่างงั้นไม่เข้ามาร่วมงานกับเค้าสักที      ถ้าจะให้เดา ฉันว่ามันคงไม่ถนัดกับงานหรูๆแบบนี้เท่าไหร่หรอก    พอวันหนึ่งโดนจับมาอยู่ในที่แบบนี้บ้างก็เลยออกแนวบ้านนอกเข้ากรุงสินะ

 

ฉันจ้องไปจ้องมาก็เห็นเจ้าตุ๊ดฮาราโอะนั่นเข้าพอดี  

 

บังเอิญไปสบตามันเข้า   มองแบบนั้นมันหมายความว่าไงเล่า

 

อุ๊บ๊ะ!  น่ารำคาญชิบหายเลยน่ะสิโว้ย   ดูมันจ้องฉันอย่างกับจะแช่แข็งแล้วเอาไปทำมัมมี่คอลเล็คชั่น    เชื่อสิว่าในใจมันต้องกำลังนึกด่าฉันอยู่แน่ๆทั้งที่เพิ่งจะเจอหน้ากันในรอบหลายศตรรษนี้น่ะ   อยากจะบอกมันเหลือเกิ๊นว่าฉันนี่ก็สุดจะเอ็นดูแกมากๆเลยโว้ย----

 

เฮอะ!  อันธพาลมันก็คืออันธพาลอยู่วันยังค่ำ  ต่อให้มาจับแต่งองค์ทรงเครื่องให้ตายก็แก้นิสัยไม่หายหรอก   ชอบมองฉันด้วยสายตาดูถูกดีนักแล้วแกเองวิเศษมาจากไหนกัน    - -    จริงๆไอ้งานนี้ฉันก็ใช่ว่าจะเต็มใจมาแต่แรก   ถ้าไม่ติดว่าต้องมาตามมารยาทของการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจแล้วล่ะก็นะ

 

พ่อฉันนี่ก็ยังไงคิดไปเป็นหุ้นส่วนกับไอ้ครอบครัวนี้ซะได้    เสียดายที่ฉันไม่ได้หาทางคัดค้านตั้งกะตอนที่คิดทำสัญญากันใหม่ๆ     ถ้าจะมาทำสัญญากันหลังฮัลโลวีนปีที่แล้วนะ ให้ทำอะไรก็ยอมเลยเอ้า!     - -    ฉันก็ส่งสายตาด่ากับเจ้าฟาโรห์ตุ๊ดอยู่พักหนึ่งก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายหลบตาไป       โอ้โหเฮะ  วันนี้ดูสงบเสงี่ยมไม่เสียงแปดหลอดเหมือนเคยนี่หว่า   สงสัยว่าคนมันเยอะกลัวจะมาเถียงแพ้ฉันแล้วต้องโกยเศษหน้ากลับสุสานพันปีไปล่ะมั้ง     

 

ช่างเหอะ   วันนี้ฉันไม่อยากจะมีเรื่องหรอกนะถึงได้ไม่อยากจะไปใส่ใจกับมัน   ให้ต่างคนต่างอยู่กันคนละมุมจะดีกว่า    - -   ตราบใดที่มันไม่มาใกล้ฉันเกินรัศมีสามเมตรก็คงเป็นอันใช้ได้

 

ตอนที่คิดอยู่พ่อฉันก็เดินขึ้นเวทีไปอวยพรปีใหม่พอดี   - -  พูดเรื่องซ้ำๆซากๆอย่างทุกปีแหล่ะว้า----    เรื่องสุขภาพมั่ง   เงินทองมั่ง   ขอให้มีความสุข  แถมตบท้ายด้วยการปราศรัยนโยบายของพรรคอีกสองสามข้อเป็นของพ่วงอีกต่างหาก    - -   เฮ้ยๆ  แค่ยัดเงินใส่แผ่นพับหาเสียงแจกตามบ้านแล้วยังไม่พออีกหรอพ่อ!?  กะจะหาเสียงตลอดเวลาเลยรึง้าย--------

 

หลังส.ส.ฮาบาชิร่าอวยพรปีใหม่จบก็ปรบไม้ปรบมือกันไปตามระเบียบ     พ่อฉันก็เข้าไปทักทายพูดคุยด้วยที่ด้านข้างเวทีซึ่งคงไม่พ้นเป็นเรื่องธุรกิจ     บนเวทีจึงยกเป็นหน้าที่ให้พิธีกรดาราที่จ้างมาแทน    เขาก็บอกว่าต่อไปจะเป็นการจับฉลากของขวัญซึ่งผู้ร่วมงานนำมาร่วมสนุกกันแล้วมีการพูดด้วยนะว่าทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆเลยนะครับ...

 

จริงสิ....  - -   ไอ้ดาราที่มันมารับช่วงต่อจากพ่อมันจะรู้มัยน้อ   ว่าไอ้ของขวัญเด็กๆที่มันพูดถึงในงานนี้   ราคาแม่งหลักแสนได้เฟ้ย----   เด็กกะผีแกเด่ะ...

 

ตอนนั้นฉันคิดได้แค่อย่างเดียวว่า...    หึ

 

ขอแค่อย่าให้ไอ้ตุ๊ดนั่นจับได้ของฉันเลยเหอะพ่อเจ้าประคุณเอ๊ย---

 

 

 

--------------------

 

 

พนักงานของโรงแรมก็ขนกล่องของขวัญเข้ามาด้วยรถเข็น    จากนั้นถึงเอาฉลากมาให้แขกแต่ละคนจับเบอร์  - -  พวกผู้ใหญ่ที่อายุมากแล้วก็ขอผ่านปล่อยให้คนที่อายุรุ่นๆหน่อยเค้าเล่นกันเองคงเพราะเห็นว่ามันไร้สาระแล้วน่ะ

 

ชะ!  ไอ้ฉันเองใช่ว่าอยากจะเล่นไอ้เกมหน่อยแน้มอย่างงี้   แต่พ่อน่ะสิเล่นส่งสายตาถมึงทึงเข้ามาบอกว่าอย่ามาหักหน้าเอากลางงานสิโว้ย...   - -   ที่จริงให้พี่โทคาเงะจับก็ได้   ทำไมต้องเป็นฉันด้วยเล่า!  พ่อเองก็ไม่ยอมจับเหมือนกันแหล่ะน่า

 

--------

 

ส่วนตัวแล้วฉันก็มองว่าไอ้เกมจับของขวัญนี่มันก็ไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน   คงเพราะฉันได้ของขวัญมาจนชินแล้วมั้ง      แต่ในเมื่อมาแล้วจะจับๆให้มันเสร็จกันไปก็ได้  เลยล้วงขึ้นมาใบหนึ่งแบบเซ็งๆ

 

.............ก็ได้ๆ...เอาไงก็เอากัน!

  

 

-----------------

 

 

ได้เบอร์ 42

 

เบอร์ 8

 

.............................................

 

………………………………………

 

……………………………………

 

………………………………..

 

……………………………

 

………………………...

 

……………………..

 

…………………..

 

……………….

 

……………

 

…………

 

………

 

……

 

 

อืม....เบอร์คุ้นตาพิลึกเชียวแฮะ....

 

ไอ้พนักงานของโรงแรมก็วิ่งแถ่ดๆเข้ามาถามฉันว่าได้เบอร์อะไรหรอครับ    พอเห็นหมายเลขก็วิ่งกลับไปของขวัญมาให้  - -  สีทองอร่ามชวนขนลุกมาเชียะ!   

 

นั่นยังไม่สำคัญเท่าความรู้สึกแว้บแรกที่เห็นกล่องของตัวเอง  - -  ไอ้กล่องของขวัญสีเขียวอี๋นี่มันอะไรกัน  ของฉันจริงๆน่ะเรอะ

 

ขืนไอ้ฮาราโอะมันมาเห็นว่าฉันจับได้สีลิเกนี่มาล่ะก็มีหวังได้หัวเราะเยาะเอาตายชัก     ฉันเลยเดินหิ้วของด้วยมือเดียวแอบหลบออกมาจากงานแล้วไปสูบบุหรี่อยู่ข้างนอก    งานเลี้ยงบ้าบออะไรขี้เกียจไปยืนค้างอยู่ให้เมื่อยตุ้มแล้วล่ะว่ะ  ชะ!   

 

โชคดีที่เจ้ากิ้งก่าเน่านั่นไม่ทันได้เห็นว่าฉันจับได้กล่องอะไร  - -   ดูเหมือนมันจะออกไปข้างนอกงานแล้ว...  สงสัยจะจับได้ของแย่กว่าฉันอีกมั้ง!

 

         ก็นะ   หลังจากจับลากแล้วงานเลี้ยงก็มีต่อไปอีกนิดหน่อย    ทานอาหารแล้วก็พูดคุยกันต่างๆนานา   กว่าฉันกับคุณพ่อจะได้กลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืนซึ่งจริงๆเค้าก็จะเคาท์ดาวน์กันในงานนั่นแหล่ะแต่ว่าตอนตีสามคุณพ่อต้องบินไปต่างประเทศพอดีก็เลยต้องรีบกลับมาเสียก่อนไม่งั้นจะไม่ทันขึ้นเครื่อง     ฉันเลยได้กลับมาถึงบ้านก่อนจะพ้นปี 2008 เสียอีก

 

อีกไม่กี่นาที  ก็จะหมดปีนี้แล้ว...

 

 

ฉันอยู่ข้างนอกงานคนเดียว    ข้างนอกนี่มันเงียบซะจนเหมือนอยู่คนละโลกกับในงานเลี้ยงชะมัด    บุหรี่ตัวที่สูบอยู่ก็หดสั้นลงทุกนาทีๆ   กะเวลาแล้ว  คงหมดมวนเอาตอนเที่ยงคืนพอดีแหล่ะ

 

         พอได้มานั่งคิดอะไรเงียบๆโดยไม่มีคนเยอะแยะเดินตัดหน้าไปมาแล้วมันก็ได้มีเวลาคิดอะไรดี     นี่ไม่กี่นาทีมันก็จะปีใหม่แล้วสิ  - -  เจ้าพวกลูกน้อง....  กับเมงุ  จะทำอะไรกันอยู่นะ

 

ใกล้แล้วสิ....

 

ฉันคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ชัดนักหรอก    เฮอะ   แต่ไหนๆตอนนี้มันก็ว่างแล้ว  ฉันเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา  แล้วก็ทรหาบัมบ้าน่ะ

 

............................................รับสายซะทีซี่     เมงุ

 

……………………………

 

……………………………

 

……………………………

 

…………………………….

 

[ฮัลโหล?]

 

 

วัดีปีม่

 

 

 

  ----------------------------------

 

คุ่น : แม่จ้าว  อัพตอน 00.00 น. พอดิบพอดีคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ =[]=!!!!

เอนทรี่นี้มันอ่านได้ 3 แบบนะคะ   

1.อ่านไล่ลงมาแบบปกติ   เป็นมุมมองของรุยกับโอะสลับกัน

2.อ่านเฉพาะสีม่วง   ก็จะเป็นเอนทรี่ของโอะที่ต่อเนื่องกัน

3.อ่านเฉพาะสีเขียว  ก็จะเป็นของรุยจ้า~!

 

          ปีใหม่แล้ว  ขอบคุณทุกคนมากๆที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะ  อ่ะอ๊ายยย

 

 

 

Harao Kiminari 021 : แมวถูกทิ้ง...

posted on 29 Sep 2008 14:39 by es21dairy  in Taiyo-Sphinx

 

 

Photobucket

 

 

ฮาราโอะ  คิมินาริ 021

30 Sep 2008

 

 

          ก่อนหน้านี้ช่วงวันเกิดฉัน   ฉันมัวแต่ยุ่งเรื่องโน้นเรื่องนี้อยู่เลยไม่ได้เข้ามาบ้างเสียเลย   แต่ก็เห็นอยู่ว่ามีคนมาอวยพรด้วย   - -   ยังไงก็ขอบใจแล้วกัน (/หน้านิ่ง)     ส่วนเรื่องของขวัญนอกจากคนที่ชมรมจะให้แล้วก็มีพวกเพื่อนที่โรงเรียนให้มาบ้าง      แม่ก็ซื้อของให้   แต่พ่อฉันติดธุระอยู่ต่างประเทศเลยได้แค่โอนเงินเข้ามาทางธนาคารน่ะ       เอาเถอะ    พ่อก็งานยุ่งอย่างนี้ทั้งปี     ฉันเองโตๆแล้วจะมาจัดงานเลี้ยงแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันมันคงดูเด็กๆไปหน่อยมั้ง

 

 

          เฮอะ   เรื่องที่ผ่านไปแล้วน่ะช่างมันปะไร     มาเรื่องวันนี้ดีกว่า

 

 

          วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วก็ลงมาทานข้าวเช้าที่พ่อบ้านจัดไว้ให้ตามปกติ    อาหารก็เดิมๆ    พ่อบ้านบอกว่าจะลองสลับอาหารดูหลายครั้งแล้วเพราะอาหารยิ่งหรูเท่าไหร่ก็ยิ่งใช้น้ำมันมากเท่านั้น    กินแล้วจะอ้วนหรืออะไรสักอย่าง....   แต่เห็นพูดอย่างนี้แล้วก็ไม่ทำสักที    มันน่าปวดหัวไหมล่ะ    - -    แต่จู่ๆตอนที่กำลังจะทานหมด    คนสวนก็วิ่งตาลีตาเหลือกเข้ามาหาฉัน      ทำหน้าทำตาอย่างกับเจอผีมาแน่ะ    - -   ฉันก็ตกใจสิถามว่ามีอะไร     

 

 

          "มะ....ไม่รู้เหมือนกันครับ    คุณหนูออกไปดูเองเถอะ!"

 

 

          บ้าบออะไรกันนักหนา...

 

 

          ฉันเลยให้พ่อบ้านเก็บจานแล้วก็ออกไปดู    คนสวนนำทางไปที่หน้าบ้านที่หมาสองตัวที่ฉันเลี้ยงไว้มันกำลังดมๆอะไรอยู่ที่คล้ายๆกับกล่องกระดาษแถมยังส่งเสียงฮื่อๆแฮ่ๆด้วยแน่ะ             ฉันเลยให้คนสวนลากหมาออกไปก็เห็นว่าเป็นกล่องใบหนึ่งวางอยู่ชิดกับรั้วบ้าน     มันอะไรกันนะ

 

 

 

          "คุณหนูระวังนะครับ   อาจเป็นระเบิดก็ได้"

 

 

          ระเบิดงั้นหรือ.... - -  ถ้ามันเป็นระเบิดจริง   ฉันก็คงต้องขอบคุณแกสินะที่อุตส่าห์เรียกฉันให้มาเสี่ยงตายอย่างนี้...

 

 

 

          แต่ฉันว่ามันไม่น่าจะใช่ระเบิดหรอกเพราะฝากล่องมันไม่ได้ปิดเทปไว้แต่เป็นผ้าขนหนูคลุมอยู่แทน   - -   เจ้าคนสวนก็ถอยๆ   ปล่อยให้ฉันดูเอา   ( เป็นคนใช้ที่ดีมากเลยสิ.... )  ฮึ    มันจะอะไรก็ช่างเถอะ     ฉันชักรำคาญเลยจะรีบๆดูแล้วก็เอาไปทิ้งเสียที

 

 

 

          ฉันก็เลยเปิดผ้าออก  แล้วก็...

 

 

 

 

 

          เมี้ยว--------------          

 

 

 

 

          เมี้ยว?

 

Photobucket

 

 

 

 

          ใช่เลยทีเดียว   แมวไงล่ะ....

 

 

 

-----------------------------------

ถึงท่านผู้มีเมตตา

 

โปรดรับเลี้ยง  'มิเกะ' ตัวนี้เอาไว้ที     ขอบคุณมากค่ะ

------------------------------------

 

 

 

          ชื่อโหลไม่พอยังไม่มีใครเค้าเอาอีก    ไอ้แมวถูกทิ้ง

 

 

 

          ประเด็นคือยัยบื้อคนไหนมันเอามาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านฉันได้     ไม่ได้แหกตาดูรึไงถึงไม่รู้ว่าฉันมีโดเบอร์แมนเลี้ยงไว้ตั้งสองตัว      ยัยบ้าเอ้ย!   - -   แล้วทีนี้ทำไงล่ะ   - -  เจ้าคนสวนก็วิ่งแถ่ดๆกลับมาหาพอเห็นว่าเป็นแมวไม่ใช่ระเบิดแล้วนี่

 

 

          "โอ้.....มะ...แมวหรือครับคุณหนู   น่าสงสารนะครับ!"

 

 

          สงสารนักแกก็เอาไปหาคนเลี้ยงสิ      บ้านฉันมันเลี้ยงได้ซะที่ไหน    เกิดวันดีคืนดีไอ้สองตัวนั่นมันก็จับหักคอตายมาเป็นศพเลอะเทอะอีก     คนใช้ในบ้านฉันก็พักกินนอนกันในนี้ทั้งนั้นจะเอาไปเลี้ยงกันยังไง      บ้าจริง...

 

 

          ไอ้แมวนี่ก็ดูท่าจะไม่ได้รู้ชะตากรรมตัวเองเอาซะเลยนะ    เอาแก้มมาถูมือฉันร้องเหมียวๆร้อยรอบฉันก็ไม่สงสารหรอก  (/แต่ก็ไม่ได้ชักมือออก)    

 

 

          ขณะที่แมวมันถูๆๆมือฉันอยู่นั่นเจ้าคนสวนก็ออกไอเดียว่าเดี๋ยวให้เอาเข้าบ้านไปหาอะไรให้มันกินก่อนแล้วจะให้ใครเอาไปเลี้ยงก็ค่อยว่ากัน    - -   แกก็จัดการเอาเองสิ    มันกงการอะไรของฉันด้วยล่ะ

 

 

 

          "ไม่เอาหรอกครับคุณหนู   เจ้าเหมียวมันชอบคุณหนูนี่"

 

 

 

          เป็นแมวรึไงถึงรู้น่ะ...  (/หงุดหงิด)

 

 

          สุดท้ายฉันก็ไม่ได้เป็นคนพาเข้าบ้าน    คนสวนนั่นล่ะที่พาแมวไปหลังบ้านหานมให้กินเองเพราะฉันทำท่าจะปล่อยมันทิ้งไว้ตรงนั้นจริงๆ         ว่าแต่เดี๋ยวแมวอิ่มแล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ     จะไปให้คนในชมรมเลี้ยงแต่ละคนก็เคยบ่นๆว่ามีอยู่เต็มบ้านแล้วทั้งนั้น   บัมบ้าก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแล     แล้วฉันจะเอาไปให้ใคร?

 

 

 

 

 

 

 

          ปล่อยวัด...

 

 

 

 

          เฮอะ...

 

 

 

 

 

          ลงท้ายก็คงต้องเป็นอย่างนั้นเพราะฉันก็จนปัญญาไม่รู้ว่าจะเอาแมวไปฝากใครเหมือนกัน  เดี๋ยวเอากลับไปวางที่เดิมก็หาว่าฉันใจร้ายอีกล่ะ   สู้เอาไปไว้ที่วัดแล้วให้คนช่วยๆกันเลี้ยงยังจะดีซะกว่าถูกไหมเล่า   - -   พอเจ้าแมวกินนงกินนมเสร็จฉันก็เลยจำยอมต้องโยนมันใส่รถแล้วก็ให้เค้าขับไปที่ไอ้วัดนั่น     สักแต่ว่าใกล้เข้าว่า....   ไม่ใช่อะไรหรอกก็เจ้าแมวบ้านี่มันเล่นถือวิสาสะมานอนบนตักฉันจนขนร่วงเต็มชุดไปหมด   คิดจะให้ฉันเกิดเวทนาขึ้นมาในโค้งสุดท้ายหรือยังไง

 

 

 

          วัดชินริวจิ...

 

 

          พอถึงวัดแล้วฉันก็อุ้มมันมาวางไว้ที่ตีนบันได    คงไม่คิดว่าฉันจะบริการถึงขั้นหอบขึ้นบันไดนรกนั่นไปส่งถึงที่หรอกนะ

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

Photobucket

 

 

 

          ไอ้แมวมากปัญหาเอ๊ย-------

 

 

 

          ตกลงฉันก็ต้องอุ้มแกไปจนถึงบนโน้นให้ได้เลยใช่ไหม   บ้าที่สุด  - -  ก็ได้!

 

 

 

          ไอ้วัดนี้มันไม่รู้จะสร้างบันไดไว้มากมายอะไรนักหนา    (/บ่นแล้วบ่นอีก)    ฉันต้องถ่อเดินมานี่แต่แกขดตัวสบายเลยเชียว   เฮอะ   - -   ช่างเหอะ   เดี๋ยวก็ได้หมดสิ้นเวรกรรมกันสักทีแล้ว    

 

          พอขึ้นไปจนสุดโน่นฉันก็เห็นใครคนหนึ่งกวาดพื้นอยู่ล่ะ     ชุดนักเรียนเชยๆแบบนั้นมันต้องเป็นเด็กชิริวจิไม่ผิดแน่   ยามาบูชิ   กอนตะยู  นั่นไง

 

          เจ้าหมอนั่นก็เดินเข้ามาทักฉันว่าอุ้มแมวมาทำไมหรือ   ฉันเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังพร้อมทั้งบอกว่าตั้งใจจะเอามาปล่อยไว้ที่นี่ด้วย     พอฉันพูดว่าจะเอามาปล่อยไม่ไยดีเท่านั้นแหล่ะยามาบูชิก็ตกใจใหญ่    เทศน์เรื่องเมตตาธรรมค้ำจุนโลกอะไรต่อมิอะไรมากมายใส่ฉันด้วย

 

 

          "นายเอากลับไปเลี้ยงเถอะ  ถ้าติดขัดหรือสงสัยอะไรเดี๋ยวฉันช่วยก็ได้"

 

 

          ช่วยง้างปากหมาฉันให้คายแมวออกมาหรือไงล่ะ  - -   ฉันเลยตัดสินใจบอกให้ยามาบูชิเป็นคนเอาไปเลี้ยงเอง    แล้วถ้าค่าอาหารหรืออะไรไม่พอฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้แล้วกัน    ทำไมล่ะ?    ถ้านายไม่เอาฉันก็ไม่ได้ลำบากหรอกนะถ้าจะปล่อยมันไว้ที่นี่....

 

 

          ยามาบูชิเลยยอม

 

 

          เจ้าแมวนี่  - -   ชื่ออะไรนะ...   - -  มิเกะ....ดูท่าทางจะชอบยามาบูชิดี     หมอนั่นมองจากภายนอกแล้วก็ดูเป็นคนรักสัตว์เพราะงั้นนายเอาไปเลี้ยงน่ะเหมาะที่สุด...

 

 

          "วันหลังฉันจะพามันมานี่   นายคิดถึงก็มาเยี่ยมมันนะ"

 

 

 

          เอาเข้าไป....

 

 

          เอาเถอะ  มีเจ้าของแล้วก็ดีแล้วนี่   หมดภาระของฉัน  ส่วนนายจะทำยังไงมันก็เรื่องของนาย   - -   ฉันเลยกลับบ้านมาบอกเจ้าคนสวนด้วยว่ายามาบูชิโรงเรียนชินริวจิเอาไปเลี้ยงแล้ว

 

          พวกแกทั้งหลายน่ะจำไว้นะว่าถ้าไม่มีปัญญาเลี้ยงก็อย่าซื้อมาเลี้ยง   หรือถ้าไม่อยากให้ไอ้ตัวที่เลี้ยงอยู่มันออกลูกออกหลานออกมาก็พาไปทำหมันซะสิ    - -   พอมีออกมาแล้วมันเดือดร้อนคนอื่นเห็นไหม      ใจจริงฉันก็ไม่ได้เกลียดแมวหรอกนะแต่มันเลี้ยงไม่ได้    มันก็คือไม่ได้     แล้วถ้าบ้านที่หล่อนเอาไปทิ้งมันไม่ใช่บ้านฉันจะทำยังไง        เกิดเจ้าของบ้านเกลียดแมวพาลเอาไปโยนทิ้งน้ำจะไม่บาปกรรมหนักกว่าเก่าหรอกหรือ

 

          ทำอะไรหัดคิดซะบ้างสิ!

 

 

 

 

ฮาราโอะ  คิมินาริ

 

 

  -----------------------------

คุ่น : ไม่ได้อัพมาประมาณหนึ่งร้อนล้านปีแสง   (/ปาดเหงื่อ)  อ่ะแหะๆๆ....ยามะจังช่วยเอาไปเลี้ยงทีนะ!

 

Banba Mamoru 008: วันเกิดคนดัง

posted on 21 Aug 2008 22:01 by es21dairy  in Taiyo-Sphinx

 

                                            

.

.

บัมบ้า มาโมรุ

22 Aug 2008

*00.00 AM*

 .

.

 .

ไม่ได้อัพนานอีกแล้วนะ วันนี้มาดึกเลย ไปกินข้าวกับครอบครัวมา นานๆที

แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

.

.

แต่ว่าฉันก็รีบกลับหน่อยน่ะ คิดว่าถ้าหากนั่งนานอีกหน่อยเดี๋ยวผู้ใหญ่จะติดลม

แล้วฉันจะกลับมาทำธุระไม่ทัน

.

.

ธุระที่ว่ามันก็นิดหน่อย ถ้ามาไม่ทันเวลานี้อาจจะไม่ค่อยเซอร์ไพรส์....ฉันก็ไม่รู้

เหมือนกันว่าต้องทำยังไงบ้าง แต่ก็แค่อยากจะมาบอกว่า...

.

.

" สุขสันต์วันเกิดนะ ฮาราโอะ "

.

.

แน่นอนพรุ่งนี้ฉันมีอะไรจะให้นาย ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่คนแรก แต่ก็อย่าเพิ่งน้อยใจ

ไปละ สาวๆคงเตรียมจะเลี้ยงนายทั้งวันอยู่แล้ว เอาเป็นว่านายสนุกให้เต็มที่ แล้วฉัน

จะช่วยแบกของขวัญกองพะเนินของเจ้าหล่อนเดินกลับบ้านเป็นเพื่อนนายก็แล้วกัน

.

.

สุดท้ายนี้ก็ ลดทิฐิลงแล้วพยายามรักตัวเองให้มากๆ พยายามมีความสุขให้ได้

ในทุกๆวัน ฉันเป็นห่วงนายนะ อย่าลืมซะล่ะ

.

.

.

.

                                                                                 บัมบ้า มาโมรุ

.

.

.

*****************************************************

ป.อ. โปรดอ่าน....

.

. 

ไบร์ส/  อนึ่ง...ช่วยติ๊ต่างเวลาอัพว่ามันเที่ยงคืนแล้วที.....

อะสอง...จริงๆแอบนับเลขเอนทรี่ไว้ ให้มาลงเอนทรี่"8" เพื่อวันนี้

โดยเฉพาะเลยนะจ้ะ อุฮิ

.

.

ตอนแรกว่าจะนั่งเคาท์ดาวน์แล้วค่อยอัพตอนเที่ยงคืนพอดีแต่ว่า

ไม่ไหวแล้วแฮงค์มาก ขอโทษจริงๆที่วาดรูปอะไรต่อมิอะไรไม่ทัน

นี่นั่งรถกลับจากเรียนที่จุฬาถึงก้มาอัพเลย สั้นโคตรๆแต่ขอแก้ตัวใหม่

อีกเอนทรี่นึง วันนี้วันเกิดโอะก้ขอให้มีความสุขมากๆทั้งเจ้าของวันเกิดและคนแคส

เลิกจิตตกได้แล้ว...มาเล่นกันเถอะ เหงานะว้อย....ฮือ.....\(;__;)/

 

บัมบ้า มาโมรุ

20 July 2008

.

.

              สวัสดี มาเขียนอีกแล้วล่ะ ทั้งที่ใกล้สอบแบบนี้เหมือนว่าเวลาว่างของฉันนอกจากอ่านหนังสือแล้ว
ก็ไม่รู้จะทำอะไรน่ะ แปลกใช่ไหมล่ะ...
.
.
 
        ช่วงนี้ถ้าฉันอยู่เฉยๆจะทำให้จิตว่าง ซึ่งนำไปสู่การ คิดมาก และ วิตกกังวลเกินกว่าเหตุ

พักหลังๆถึงกับอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง  ฉันลองไปปรึกษาอาจารย์ห้องพยาบาลดู เขาบอกว่าช่วง

นี้นักเรียนเป็นกันหลายคน เนื่องจากความกดดันในช่วงสอบ และฉันก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่หรอกนะ
.
.

        บางทีฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ฉันจะไปปรึกษากับจิตแพทย์อย่างจริงจังดูสักที เย็นวันนี้หลังจากที่จัดการกับงานบ้านเรียบร้อยแล้วฉันก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลโจกะทันที
.
.
        ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือโชคชะตา ฉันพบกับทาคิ นัตสึฮิโกะ เข้าระหว่างทาง ดูเหมือนว่าเขา

เพิ่งจะกลับมาจากโรงพยาบาลตอนที่ฉันเล่าให้ฟังว่าอยากไปพบจิตแพทย์สักหน่อย เขาเสนอตัว

ว่าอยากจะฟังเรื่องทุกข์ใจของฉันด้วย
.
.

.
                  " มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยล่ะเมอร์สิเยอร์บัมบ้า มืออาชีพอย่างฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน!!! "
.
.

.
จะว่าอย่างไรดีล่ะ... คือตัวฉันเองก็ไม่แน่ใจว่ากำลังคิดถึงใคร หรือเรื่องอะไรอยู่น่ะ มันเยอะแยะไปหมด *กุมขมับ*
.
.

.
  "ไม่รู้ว่าคิดถึงใครอยู่น่ะเรอะ!!? ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนเพอร์เฟ็คเลิศเลอกระเทียมดองอย่างฉันอยู่เหรอเมอร์สิเยอร์----!!!??"
.
.

.
ก็คุยกันอยู่ จะคิดถึงทำไมเล่า *ถอนใจ*
.
.

.
ไม่รู้สินะ....เหมือนกับว่ามันขาดอะไรไปอย่างนั้นแหละ บางทีเขาก็อาจจะทำตัวเเหมือนอย่างที่ผ่านๆมา แต่ฉันกลับรู้สึกว่าแปลกไป เหมือนว่าคิดไปเองน่ะ เข้าใจไหมล่ะ...
.
.

.
 "เข้าใจมั้ยน่ะเหรอ....ก็เข้าใจอยู่หรอกนะเมอร์สิเยอร์ อ่ะ ฮ้า ฮ่า!!! ถ้างั้นเมอร์สิเยอร์บัมบ้าก็
ทำตัวสบายๆเหมือนอย่างเคยสิ! เดี๋ยวคนที่รู้สึกว่าแปลกไปอาจจะเป็นเมอร์สิเยอร์บัมบ้าเองก็ได้นา--!! "
.
.

.
ฉันน่ะรึที่แปลกไป...
.
.

นายมีคนที่ "ไม่ว่าเวลาใหน ก็คิดถึง" มั้ยละ...
.
.

.
"แน่นอนต้องมีซี่!!!  ก็ทุกๆคนยังไงล่ะ!!... แล้วที่สำคัญ  ก็คือมายซิสเตอร์ยังไงล่ะ!!

*ชูนิ้วโป้ง*   ไอ้ชั้นเนี่ยถึงจะเพอร์เฟคขนาดนี้ แต่บางทีก็ทำเรื่องให้เขากลุ้มใจอยู่เหมือน

กันนะ  แล้วตอนนี้สึซึนะคงกำลังโกรธอยู่ด้วยล่ะมั้ง  แต่ว่า ถึงยังไงฉันก็รักเขาอยู่ดี ก็เป็น

มายซิสเตอร์นี่นะ อ้ะฮ้าฮ่า!!  เพราะงั้น ถึงคนนั้นของเมอร์ซิเยอร์บัมบ้า จะเย็นชาไปบ้าง

แต่ว่า ถ้าเรามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน เท่านี้ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วใช่ม้า~ นี่ชั้นพูดเรื่องอะไร

กันละนี้ อ้ะฮะๆๆๆๆ *ผ่าอก* "
.
.

.....ถึงจะเย็นชาไปบ้าง แต่ว่าถ้ามีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ก็ไม่ต้องห่วงงั้นหรือ...
.
.

พูดเข้าท่านี่ทาคิ ฉันคงต้องมองนายเสียใหม่แล้วทาคิ นัตสึฮิโกะ ว่าแต่ทำไมถึงรีบกลับเร็วนักล่ะ
.
.

.
หมอนั่นหันมาทำหน้าแช่มชื่น แถมชูนิ้วโป้งให้ฉัน บอกว่า
"ก็เพราะว่า...มีคนกำลังรอการกลับไปของฉันอยู่น่ะสิ!  "
.
.

.
นั่นสินะ ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองจริงๆ หันหลังให้กับทีม แล้วหนีมาหมกตัวอยู่คนเดียวแบบนี้
ลุกขึ้นยืนแล้วเผชิญหน้าอย่างที่ผ่านๆมา

.

.

....เพราะบางที อาจจะมีบางคนรอให้ฉันกลับไป..นายจะยังรอฉันอยู่หรือเปล่านะ...

.

.

.

.

                                                                                   บัมบ้า มาโมรุ

.

***********************************************

ขอบคุณโคที่มาโครกันนะ ขอบคุณทาคิด้วย เอนทรี่นี่น่ารักซะจริง ให้ใจเต็มร้อย

เลยทาคิคุง*กอดจูบ*

ขอบัมบ้าจิตตกอีกหน่อยนะ แล้วเด๋วไปเที่ยวกับโอะ 5555+

(ทำไมช่วงนี้เราเขียนอะไรจิตตกไปหมดเลยวะ....)

.

วายไปไหมคะเนี่ย เซอร์วิสตัวเองนิดหน่อยแก้จิตตกอ๊า TvT

กลายเป็นว่าอัพบัมบ้าบ่อยมากเลยช่วงนี้ พอจะเขียนตัวอื่น

ก้กลายเป็นฟิลบัมบ้าหมด...เป็นอะไรก้ไม่รู้ค่ะช่วยด้วย....


 

 

 

 

 

edit @ 20 Jul 2008 20:52:02 by ES21Diary

                                                                           

 

 

 

 

ฮาราโอะ  คิมินาริ 020

19  Jul  2008

 

 

 

          ฉันรู้ว่ามันไม่ค่อยดีถ้าหากมาเขียนไดอารี่ย้อนหลัง  - -   แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อมันผ่านมาแล้วและฉันเองก็ไม่ว่างเสียที     อย่าจับผิดให้น่ารำคาญนักเลยเพราะถึงยังไงก็มาเขียนแล้ว     ส่วนจะเรื่องอะไรน่ะช่างเถอะ...

 

 

 

          เฮอะ     วันที่ 25 ของเดือนที่แล้วนั่น     เจ้าพวกรุ่นน้องงี่เง่าทั้งหลายมันก็พูดจริงทำจริงเสียด้วย   ( เต้นระบำโป๊กับขนของขวัญพิลึกๆเอามาให้บัมบ้าจนเต็มห้องชมรมไปหมด    รักษาคำสัตย์ดี   แต่จะให้ออกปากชมมากกว่านี้คงจะไม่... )      ฉันไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วยเพราะแทนที่จะสนุกอาจได้เห็นอะไรอัปมงคลเข้าเสียมากกว่า     เลยออกมาอยู่ข้างนอกตอนที่เขาจัดงานกัน    มีเลี้ยงอาหารด้วยแต่ของพวกนั้นก็มาจากภัตตาคารในเครือของตระกูลฮาราโอะซึ่งฉันกินจนจะเอียนอยู่แล้ว...

 

 

          เรื่องที่ตั้งใจไว้เลยผลัดไปอีกสักช่วงหนึ่ง   - -   รองเท้ากีฬาคู่ที่ใช้อยู่ปัจจุบันเริ่มจะใส่ไม่ค่อยสบายแล้วเลยคิดว่าจะไปซื้อใหม่อยู่น่ะสิ      คงต้องไปซื้อใหม่ล่ะนะ    - -    วันหยุดช่วงๆสิ้นเดือนมิถุนายนฉันเลยให้คนขับรถพาไป        หึ      แล้วเส้นทางมันก็บังเอิญผ่านหน้าบ้านของบัมบ้าพอดีเท่านั้นแหล่ะเลยชวนให้หมอนั่นไปด้วยกัน       รองเท้าของนายเองก็โทรมซะไม่มีชิ้นดีเลยไม่ใช่หรือไงเล่า    ฉันเลยคิดว่าไปซื้อมันทีเดียว...

 

          ดูที่ร้านรองเท้ากีฬาทั่วๆไปแล้วก็ไม่มีเข้าตาสักคู่      ช่างเหอะ    ที่อื่นก็คงมี   - -   ฉันบอกให้คนขับรถพาไปดูที่ย่านขายของที่อื่นเลยได้เข้าไปดูที่กินซ่าเป็นที่แรกต่อจากร้านรองเท้านั่น       คิดว่าคงจะได้เจอแล้วอยู่หรอกนะแต่พอหาอยู่สองสามรอบก็ได้แต่พวกเสื้อผ้ากับกระเป๋ากีฬามาแทน  

 

 

         งั้นไปต่อที่ฮาราจูกุ....

 

 

 

           ฮาราจูกุ.....    ก็ยังไม่มีรองเท้าแบบที่ฉันชอบอีก      กลับได้กระดานวินเซิร์ฟอันที่ 19  ติดมือมาอีกอัน  ( เวลาฉันเล่นจนเบื่อก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆไง... ) 

 

 

           น่ารำคาญจริง    ที่ชิบูยะฉันก็ไม่ค่อยจะได้มาด้วย   - -  แต่ก็มาแล้ว

 

 

           คราวนี้ได้นาฬิกาข้อมือ

 

 

           .....ไปที่ชินจูกุอีกสักที่เถอะน่ะ  - -  อย่าเพิ่งทำหน้าอย่างนั้นสิเจ้านี่ (/ด่าบัม)

 

 

 

          "เราเลือกคู่ที่ดีที่สุดจากสักร้านจะดีกว่าไหมฮาราโอะ     นายพาฉันเที่ยวมาสี่ที่แล้วนะ"

 

 

          "แล้วถ้าเกิดไอ้ร้านที่นายเลือกมันมาตรฐานต่ำขึ้นมาล่ะบัมบ้า    หยุดพูดมากแล้วตามมาเงียบๆเถอะ"

 

 

 

          ฉันพาบัมบ้าเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เยอะแยะ    พอหิวก็เลี้ยงข้าวหมอนั่นในร้านที่หรูที่สุดในย่าน    - -    ตอบแทนที่มาเป็นเพื่อนซื้อของ  - -       จากนั้นก็ไปเดินดูกันต่อ     หึ    ย่านการค้าแบบนี้ร้านรวงมันเต็มไปหมดเลยเผลอดูอย่างอื่นที่มันไม่เกี่ยวกับรองเท้ากีฬาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้            ซื้อพวกผ้าพันแผลบ้าง   ซันแทนบ้าง   แว่นกันแดดบ้าง      เต็มมือไปหมดทีเดียว       มันก็ช่วยไม่ได้เพราะปกติฉันไม่ค่อยได้ออกมาเลือกของเองเอาอย่างนี้ล่ะนะ

 

 

 

          ที่ชินจูกุก็ได้แต่ของที่เป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่อยากมาซื้อแต่แรกอีกแล้ว

 

 

 

          "ฮาราโอะ....รองเท้ากีฬาไม่เอาแล้วหรอ"

 

 

          (โอะ/ชะงัก)

 

 

 

 

 

          .....ก็....    อยากได้อยู่หรอกแต่ตอนนี้ฉันเริ่มเหนื่อยๆ

 

 

          - -  เลยกลับมาทั้งๆที่ได้ได้รองเท้าสักคู่     ตลกดีไหมเล่า     ขากลับฉันก็ให้คนขับรถแวะไปส่งบัมบ้าที่บ้าน     หมอนั่นอุตส่าห์ได้ตามฉันไปย่านการค้าตั้งหลายที่แต่ดันไม่ซื้ออะไรสักชิ้น    คงตั้งใจจะเอาแค่รองเท้าเท่านั้นสินะ       หึ     ถึงฉันจะไม่ได้เป็นพวกติดนิสัยชอบซื้อของอะไรมากมายแต่เห็นคนมือเปล่ากลับบ้านมันก็.....

 

 

 

          งั้นเอาอย่างนี้   ของที่ฉันซื้อมาหมดนั่นยกเว้นเสื้อผ้า  - -  จะยกให้นายหมดตกลงไหม

 

 

 

         

          (/คนขับขนของลง)

 

 

 

          "ฮา...ราโอะ....?"

 

 

         

          ยังจะแปลกใจอะไรอีก   ของพวกนี้บ้านฉันมีเยอะแยะแล้ว  เอาไปก็หนักรถเปล่าๆ

 

 

 

          "ถ้างั้นนายจะซื้อมาทำไม"

 

 

          ".........."

 

 

 

 

          ถามซอกแซกจริง  ฉันเลยไม่พูดตอบ   บอกว่ายกให้ก็คือยกให้ยังจะมาสงสัยกันอยู่ได้     คงไม่ใช่นายคิดว่าฉันพอนายไปเที่ยวแล้วซื้อข้าวของให้เพราะเป็นวันเกิดนายหรอกนะ    เฮอะ

 

          หมอนั่นลงจากรถแล้วก็ยังมองหน้าฉัน     แต่ในที่สุดก็ขอบใจก่อนจะเดินหอบสารพัดอย่างเข้าบ้าน  - -   เอาล่ะ     งั้นฉันกลับบ้างสิเพราะนี่มันก็เย็นแล้ว

 

          แก่กว่าฉันอีกปีจนได้สิ  เจ้าหมอนั่น  

 

 

ฮาราโอะ  คิมินาริ

 

Banba Mamoru 006:Untitled

posted on 11 Jul 2008 02:11 by es21dairy  in Taiyo-Sphinx

 

.

บัมบ้า มาโมรุ

11 July 2008

.

.

     ขอโทษที่หายไปเสียนาน จริงๆยังไม่คิดจะมาเขียนช่วงนี้หรอก

แต่ว่าจะหายไปเลยมันก็ใช่เรื่อง ก็แค่จะมาบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ดีน่ะ

.

คือว่าเมื่อวันที่25 มิถุนา ที่ผ่านมาก็เป็นวันเกิดของฉันเอง ก็ไม่ได้สำคัญอะไรถึง

กับต้องมาพูดถึงหรอกนะ*เมินหน้าหนี*

.

พวกรุ่นน้องปีนี้ก็เหมื่อนเดิม ขนของกินมากันเพียบ มีเด็กปีหนึ่งพยายามจะระบำเปลื้อง

ผ้าให้ฉันดูด้วย เอ่อ ก็ขอบคุณมากสำหรับทุกๆอย่าง แต่ว่าปิรามิดที่มีรูปหน้าฉันสลักอยู่

นั่น ฉังคงจะแบบกลับไปไม่ได้ ขอโทษจริงๆนะ...

.

ทุกๆปีก็แบบนี้ล่ะ งานง่ายๆแต่ก็สนุกมาก แต่ว่า ปีนี้สิที่ต่างออกไป

.

ไม่รู้ว่าฉันคิดมากหรือคิดมากไปเองนะ ตั้งแต่เช้า ก็ยังไม่มีใครเห็นฮาราโอะเข้ามาที่นี่เลย

เวลาเรียนก็คลาดกันตลอด พอหมดคาบนึง ฉันก็ลงไปดูที่ห้องชมรมที เผื่อว่าหมอนั่นจะ

โผล่มางีบ หรืออะไรสักอย่าง แต่จนหมดคาบ8 ก็ยังไม่มา นี่ฉันวุ่นวายไปเองหรือเปล่านะ

.

ฉันรอจนแน่ใจว่าคงไม่มีใครอยู่แล้ว จึงเก็บของกลับ ระหว่างทางก็ดันคิดไปเรื่อยเปื่อย

ทำไมทุกคนดีกับฉันเหลือเกิน ทำให้วันธรรมดาๆของฉันเป็นวันที่พิเศษได้ขนาดนี้ สามปี

ที่พวกเขาเข้ามาอยู่ในชีวิตฉัน ทำให้ทุกๆวันของฉันเต็มเปี่ยมไปด้วยความฝันและพลัง

แม้จะต้องผิดหวังและเจ็บปวด เเต่พวกเราก็ยืนอยู่เคียงข้างกันเสมอมา

.

.

...แต่ทำไมเล่า ในเวลาแบบนี้ ฉันยังรู้สึก...เหงามันเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ...

.

.

.

                                                                                                    บัมบ้า  มาโมรุ

edit @ 11 Jul 2008 02:17:52 by ES21Diary